ARTICLE 0 Comments

โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือในอีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันดี คือ โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคนี้เกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือด ซึ่งมีไขมันเกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดด้านใน สามารถพบได้ทั้งหลอดเลือดในสมองและหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ ส่งผลให้รูของหลอดเลือดเกิดความตีบและแคบลง ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่เพียง ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ , ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , โรคไขมันในเลือดสูง รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่จัด และก็ยังสามารถเกิดได้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจชนิดเสี่ยง ต่อการเกิดลิ่มเลือดในห้องหัวใจ ซึ่งเป็นเหตุให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจพร้อมไหลไปตามกระแสเลือด จนไปอุดตันหลอดเลือดที่สมอง เกิดการขัดขวางการไหลของเลือดที่จะเดินทางไปเลี้ยงสมอง เมื่อเลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หรือเกิดการอุดตันจนเลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่ได้ ส่งผลให้เซลล์สมองในบริเวณนั้นขาดเลือด จนสูญเสียการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการผิดปกติ อย่าง อัมพฤกษ์ , อัมพาตนั่นเอง หลอดเลือดสมองตีบเกิดจากอะไร ? โรคหลอดเลือดสมองตีบ มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งก่อให้เกิดโรคได้หลายทาง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อายุ จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด ยิ่งอายุมากขึ้นอัตราความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก เพราะหลอดเลือดเสื่อมสภาพ เชื้อชาติ คนผิวดำมีอัตราการเกิดโรคมากกว่าคนผิวขาว พันธุกรรม คนไหนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญรองจากอายุเลยทีเดียว โรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่ทำให้มีการหลุดของลิ่มเลือดจากหัวใจ

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคสมองอักเสบ คือ โรคที่เนื้อสมองเกิดการอักเสบ โดยการอักเสบนี้อาจเกิดขึ้นในสมองทั้งหมดหรือบางส่วนของเนื้อสมองก็ได้ โดยสาเหตุของโรค เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส , เชื้อแบคทีเรีย , เชื้อรา หรือโปรโตซัว และมีสาเหตุอื่นซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่นเดียวกัน เช่น การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น โรคสมองอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ไวรัส ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด มีไวรัสหลายชนิดก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบ แต่ชนิดที่พบบ่อยสุด คือ ไวรัสที่อาศัยแมลงเป็นพาหะโรค มีชื่อว่า Arboviruses ซึ่งมีอยู่หลายชนิดและหลายประเทศ โดยไวรัสที่เป็นสาเหตุหลัก ชื่อ Japanese encephalitis virus ไวรัสชนิดนี้อาศัยอยู่ในยุงรำคาญ เป็นตัวนำโรคมาสู่คน ส่วนไวรัสในกลุ่มอื่นซึ่งทำให้เกิดโรคสมองอักเสบแต่พบได้น้อย เช่น ไวรัสเริม , ไวรัสคางทูม , ไวรัสหัด ,  ไวรัสอีสุกอีใส , ไวรัสหัดเยอรมัน , ไวรัสพิษสุนัขบ้า , ไวรัส HIV เป็นต้น ส่วนแบคทีเรีย พบว่ามันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคสมองอักเสบได้น้อยกว่าไวรัสมาก ซึ่งส่วนใหญ่การติดเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดสมองอักเสบแบบ สมองใหญ่อักเสบ

Read More

ARTICLE 0 Comments

ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้น เป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนบุคคลปกติทั่วไป หากได้รับการดูแลรักษาได้ถูกต้อง และการจะทำแบบนั้นได้ ลูกหลาน และผู้ดูแลจำเป็นต้องได้รับความรู้ และวิธีการดูแลอย่างครบถ้วน วันนี้เรามาพร้อมทริปดี ๆ สำหรับการช่วยดูแลทั้งสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้มีสุขภาพดีตลอดเวลา คนที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ มักจะรู้สึกไม่สบายใจ กังวล และมีอาการหดหู่ผสมกัน เมื่อเขาพบว่าการทำงานง่าย ๆ ที่ปกติเคยทำได้นั้น กลายเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน การควบคุมอาการเหล่านี้ จะช่วยให้สุขภาพจิตใจอยู่ในสภาพที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นคนธรรมดาทั่วไป 1.วางตารางเวลาอย่างระมัดระวัง เช่นการจัดตารางการทำกิจกรรมภายในบ้าน ตั้งแต่อาบน้ำ กินข้าว และการหมอนัด โดยให้เวลาว่างในการทำกิจกรรมส่วนตัวของเขาอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้คิดว่าเป็นการทำซ้ำ ๆ ที่น่าเบื่อเหมือนการถูกบังคับ และสุดท้ายก็จะทำให้สุขภาพจิตใจย่ำแย่ลง 2.ให้เวลามากกว่าปกติ ให้คาดหวังไว้เลยว่าการทำกิจกรรมของผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์ จะใช้เวลานานกว่าคนปกติทั่วไป ไม่ควรรีบเร่งให้เขาทำกิจกรรมนั้นให้เสร็จโดยไว จำเป็นการเพิ่มความเครียดสะสม ที่จะส่งผลต่ออนาคต 3.เพิ่มการทำกิจกรรมภายในครอบครัว เป็นการช่วยให้สามารถทำอะไรเองได้มากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว อย่างเช่นการแต่งตัวเอง สมาชิกในบ้านอาจจะหยิบชุดให้ หรือเลือกชุดและวางไว้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหยิบสวมใส่เองได้ง่าย 4.สร้างตัวเลือกกิจกรรม การมีตัวเลือกอย่างน้อย 2 ข้อ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องปวดหัว แต่ต้องให้เลือกทุกวัน อย่างเช่นวันนี้จะแต่งชุดไหนดีระหว่างชุดแรก และชุดที่สอง หรือจะไปเที่ยวที่ไหน ระหว่างเดินเล่นในสวน

Read More

ARTICLE 0 Comments

แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลมาก แต่โรคบางอย่างก็ถือว่าเป็นมัจจุราชร้ายที่ยังไม่สามารถเอาชนะได้เลย อย่างเช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น อีกโรคหนึ่งที่นับว่าเป็นมัจจุราชร้ายของคนหลังวัยเกษียณอย่างมาก นั่นคือ โรคพาร์กินสัน หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เราเลยขอนำมาให้รู้จักมัจจุราชตนนี้กันว่ามีหน้าตาอย่างไร โรคพาร์กินสันเกิดจากอะไร สำหรับโรคพาร์กินสันนี้ หากนับตามเอกสารของนายแพทย์เจมส์ พาร์กินสัน ผู้ค้นพบโรคนี้ได้กล่าวไว้ว่า พาร์กินสัน เกิดจากการที่เซลล์สมองได้ตายลงอย่างไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะเซลล์สมองที่สร้างโดพามีนขึ้นมา เมื่อสูญเสียตรงนี้ไปจะทำให้การควบคุมร่างกายมีปัญหาก็จะเกิดปัญหาตามมาด้วย อาการของโรคพาร์กินสัน (ด้านร่างกาย) อาการของโรคพาร์กินสันนั้น หากแสดงอาการออกมาแล้วนั่นเป็นสัญญาณร้ายเตือนเลยเนื่องจากแสดงว่า เซลล์สมองได้ตายไปพอสมควรแล้วจึงเกิดอาการขึ้น อาการดังกล่าวก็จะมี อาการสั่นจะเริ่มจากข้อมือ แขน และลามไปเรื่อยจนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวัน หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สองเคลื่อนไหวร่างกายช้าลงเริ่มจากอวัยวะจะเคลื่อนไหวได้ช้าลงและน้อยลงจนเหมือหยุดนิ่งไป นั่นทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวไม่ได้เลยบางรายจะมีความรู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย สามร่างกายแข็งเกร็ง ร่างกายจะขยับไม่ได้เหมือนเกร็งตัวอยู่อย่างนั้น และสี่ร่างกายขาดความสมดุล เวลาเดินอาจจะเอียงซ้ายหรือขวา หรือ ด้านหน้าด้วย ทำให้ล้มได้ง่ายมาก ผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ร่างกายว่าแย่แล้ว สภาพจิตใจยิ่งแย่กว่า โรคพาร์กินสัน จะทำให้สภาพจิตใจของผู้ป่วยมีปัญหาขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการวิตกกังวลต่ออาการของตัวเอง กลัว กระวนกระวาย เครียด (ยิ่งเครียด อาการยิ่งเห็นชัด) ต่อจากนั้นจะมีอาการทางจิตอ่อนๆ อย่าการมองเห็นภาพหลอน สุดท้ายจะพาผู้ป่วยไปสู่ภาวะซึมเศร้าเนื่องจากเหนื่อย เครียด กับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่นั่นเอง ทำให้ลูกหลานต้องอดทน

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เป็นโรคไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้ อาจเกิดแผลในใจ เกิดความกังวลใจและทรมานกับใบหน้าอันบิดเบี้ยว ไม่สวยงามเหมือนคนอื่น โดยโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เกิดจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าเกิดภาวะอัมพาตอย่างเฉียบพลัน ไม่อาจยืดหดได้ตามคำสั่งจากสมอง ส่งผลให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่อาจตอบสนองหรือแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้ตามที่ควร โรคนี้ อาจเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มันมักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งคราวเท่านั้น แต่อาการมักจะเริ่มดีขึ้นเองภายใน2 – 3 สัปดาห์ และจะมีการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาประมาณ 6 เดือน จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่เคยเจอมา มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยังคงมีอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีกอยู่ตลอดเวลา สาเหตุของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก สาเหตุที่แน่นอนของการโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกยังไม่อาจทราบอย่างชัดเจน แต่มีการคาดการณ์กันว่าอาจเป็นผลพวงมาจากอาการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งควบคุมกล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดอัมพาต นอกจากส่งผลกับกล้ามเนื้อใบหน้าแล้ว อาการอักเสบของเส้นประสาท ยังส่งผลต่อการควบคุมของการหลั่งน้ำตาและน้ำลายอีกด้วย โดยการอักเสบที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นผลที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไวรัสก็ได้ เช่น การติดเชื้อเริม เชื้ออีสุกอีใส เชื้อไวรัส Epstein-Barr การติดเชื้อ Cytomegalovirus การติดเชื้อ adenovirus หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ Coxsackievirus ซึ่งทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกมักจะพบบ่อยมาก ในกรณีดังต่อไปนี้ การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือคุณแม่ที่อยู่ในระยะสัปดาห์แรกหลังจากการคลอด

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้มากที่สุด อาการของโรคส่งผลต่อสมองส่วนควบคุมความคิด , ความทรงจำ และการใช้ภาษา อาการของโรคจะเริ่มจากการหลง      ๆลืมๆแบบไม่รุนแรงจนอาการจะเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง อาการของอัลไซเมอร์ อาการเริ่มแรก คือ จะมีอาการหลงลืม ซึ่งพัฒนาไปอย่างช้า ๆ โดยใช้เวลาหลายปี บางคนอาจเข้าใจผิดไปว่าเป็นแค่อาการหลงลืมเมื่ออายุมากขึ้น โดยอาการของผู้ป่วยในแต่ละรายก็มีการพัฒนาเร็วแตกต่างกัน ทำให้คาดเดาได้ยากว่าอาการจะแย่ลงเมื่อไหร่ อาการของโรคอัลไซเมอร์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น โดยอาการเริ่มต้นของแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไป โดยสัญญาณแรกที่พบ คืออาการหลงลืม เช่น ลืมบทเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น , วางของผิดที่ , นึกชื่อสถานที่ไม่ออก , ชอบทำอะไรซ้ำๆ เช่น ถามคำถามเดิมหลายครั้ง , การตัดสินใจอะไรสักเรื่องหนึ่งกลายเป็นเรื่องยาก , อารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง เช่น หงุดหงิด , วิตกกังวล , สับสน เป็นต้น ระยะกลาง ระยะนี้ผู้ป่วยจะยิ่งมีปัญหาด้านความทรงจำเข้าไปใหญ่ ผู้ป่วยต้องได้รับความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร

Read More

ARTICLE 0 Comments

วัยชรา หรือ ผู้สูงอายุนั้น เรื่องของการเจ็บป่วยย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายของเราเสื่อมไปตามกาลเวลา ไม่แปลกที่ไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตามต่างก็เป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุได้เสมอ อีกหนึ่งโรคที่ต้องบอกว่าเป็นโรคที่อันตรายต่อผู้สูงอายุเลยนั่นคือ โรคอัลไซเมอร์ มันเป็นอย่างไร อันตรายอย่างไรมาดูกัน โรคอัลไซเมอร์ มีลักษณะอย่างไร โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่มีการพูดถึงกันมาก เนื่องจากเป็นโรคที่มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุจะยิ่งพบได้มากเลยส่วนใหญ่โรคนี้จะเริ่มเป็นในผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป โรคนี้ถูกค้นพบและนำเสนอโดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 อาการของโรคนี้คือ การหลงลืม ความจำเสื่อม ทีละเล็กละน้อย จากเรื่องราวเล็กๆจนกลายเป็น ลืมเรื่องราวทั้งหมดในชีวิต หรือแม้แต่ลืมเรื่องราว สิ่งที่ทำแม้ผ่านไปแล้วเพียงแค่ 1 ชั่วโมง สาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ มาดูกันที่สาเหตุของการเกิดโรคนี้กันบ้าง ส่วนหนึ่งผู้ค้นคว้ากล่าวว่า เกิดจากพันธุกรรมมีส่วนเหมือนกัน แสดงว่าหากโรคนี้มีคนในครอบครัวเป็นเราก็อาจจะมีสิทธิ์เป็นได้ด้วย สองเป็นเรื่องการประสบอุบัติเหตุทางสมอง สามโรคภัยไข้เจ็บอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเรื่องสูง โรคเหล่านี้อาจจะสะสมและแสดงอาการให้เกิดอัลไซเมอร์ด้วย อัลไซเมอร์อันตรายต่อผู้สูงอายุ ความอันตรายของโรคนี้ต่อผู้สูงอายุนั้น หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร อาการขี้หลงขี้ลืมหากเป็นแค่การลืมทั่วไปๆก็ไม่เป็นไร แต่การลืมแบบลืมไปเลยอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้แม้ว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัว อย่างเช่น หากผู้สูงอายุรีดผ้าอยู่แล้วเดินไปทำอย่างอื่น อาจจะลืมไปว่าตัวเองรีดผ้าอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะเกิดไฟไหม้ได้ หรือ การกินยา หากผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้ว

Read More

ARTICLE 0 Comments

ขึ้นว่า โรคภัยไข้เจ็บแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ว่าจะเป็นโรคเล็กน้อยเพียงแค่ไหน ก็คงไม่มีใครอยากเจออย่างแน่นอน ซึ่งโรคภัยบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นจากความผิดปกติที่เรามองข้ามไป กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็ร้ายแรงจนควบคุมได้ยาก รักษายากเสียแล้ว ไมเกรน ก็เป็นอีกโรคร้ายที่เป็นภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่เราคิดไว้มากทีเดียว อาการของโรคไมเกรน อาการของโรคไมเกรนนั้น จะว่าไปแล้วก็เป็นอาการที่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรแต่ส่งผลรุนแรงทีเดียวหากได้เป็น กล่าวคือ โรคนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหัวข้างเดียว อาจจะเป็นซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่บางครั้งอาจจะเกิดอาการทั้งสองข้างเลยก็มีเหมือนกัน โดยจะปวดครั้งหนึ่งติดต่อต่อกันตั้งแต่ 4-72 ชั่วโมง การปวดจะเป็นไปในลักษณะปวดตุ๊บๆเหมือนมีคนมาเคาะหัวตลอดเวลา นอกจากนั้นจะมีอาการอื่นผสมด้วยไม่ว่าจะเป็น อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือหากมีอาการหนักมากอาจจะมีอาการผิดปกติทางสายตาด้วยอย่าง เห็นแสงซิกแซก แสงวูบวาบ เป็นต้น สาเหตุของไมเกรน สิ่งที่ทำให้เราต้องบอกว่าโรคนี้คือภัยเงียบอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ โรคนี้เรายังไม่ทราบที่มาของโรคที่ชัดเจน นั่นหมายความว่าเราอาจจะเป็นโรคไมเกรนได้แบบที่เราก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่มีการสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากเส้นประสาทในสมองไปทำให้เส้นเลือดแดงเกิดการขยายตัวอย่างเร็ว ส่วนปัจจัยภายนอกที่สำคัญน่าจะเป็นความเครียด การอดนอนติดต่อกันมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือจากเหล้า บุหรี่ ก็มีส่วนได้เหมือนกัน วิธีรักษาจากอาการไมเกรน เมื่อเป็นแล้วจะรักษาอย่างไร การรักษาโรคไมเกรนนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งได้สองแบบคือ หนึ่งการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่หนักเกินไปอาจจะให้ลดลง พักผ่อนให้เพียงพอ สองเป็นการให้ยา เพื่อรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น หากไม่เป็นอะไรมากก็จะเริ่มต้นที่ยาทั่วไปเพื่อระงับอาการปวดอย่าง พาราเซตามอล ก็ได้ แต่หากทานแล้วยังไม่หายปวดหัว อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อสั่งยาที่แรงขึ้น วิธีการป้องกันโรคไมเกรน แม้เราจะไม่ทราบว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นของไมเกรน คืออะไร แต่เราสามารถหาวิธีป้องกันได้

Read More

ARTICLE 0 Comments

ยาเสพติด เอาแค่ชื่อเราก็รู้กันมาตลอดว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็น่าแปลกที่เรามักจะเห็นหลายคนเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดเสมอๆไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม ในฐานะผู้ค้า ผู้ขาย และผู้เสพ รวมถึงการเข้าไปเสพยาเสพติดก็จะทำให้เกิดโรคและความผิดปกติต่อร่างกายด้วย อีกหนึ่งโรคร้ายที่เราจะนำมาเสนอ นั่นคือ โรคสมองติดยา ภัยร้ายจากยาเสพติด โรคสมองติดยา คืออะไร คำว่า โรคสมองติดยา อาจจะเป็นคำที่ไม่คุ้นเคยเท่าไร สำหรับคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการยาเสพติด เราอาจจะเคยได้ยินว่า ผู้เสพยาเสพติด คือ ผู้ป่วย นั่นแหละคือที่มาอย่างหนึ่งของโรคสมองติดยา ซึ่งโรคนี้จะทำให้ผู้เสพเริ่มมีอาการผิดปกติทางสมอง นั่นทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหมกหมุ่นอยู่กับการเสพยา หายามาเสพ จนทำให้เกิดพฤติกรรมอันตรายเช่นการปล้น จี้ ขโมยเพื่อหายามาเสพนั่นเอง โรคสมองติดยา มีอาการอย่างไร โรคสมองติดยานั้นหากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายจะมีขั้นตอนดังนี้ เมื่อเราเสพยาเสพติดเข้าไปแล้ว ยาเหล่านั้นจะเข้าไปทำปฏิกริยาด้านต่างๆกับสมองไม่ว่าจะเป็น จะเข้าไปทำลายสมองด้านความรู้สึก นึกคิด ให้ช้าลงจนคิดอะไรไม่ออก เรียกง่ายๆว่าขาดเหตุผลในการรับรู้และทำความเข้าใจไปเสียแล้ว สองเข้าไปทำให้เกิดความอยากมากขึ้น กล่าวคือ สารเสพติดจะเข้าไปทำให้สมองอยากได้ความสุข อยากได้มากขึ้น เมื่อคนเรามีความอยากมากกว่าเหตุผล ก็จะทำให้เกิดแรงขับจนไปสู่พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ วิธีการรักษาโรคสมองติดยา ด้านการรักษาโรคสมองติดยานั้น แพทย์จะใช้วิธีการสองขนานควบคู่กัน อย่างแรกเป็นเรื่องของยาที่จะมีการให้ยากับผู้ป่วยเพื่อรักษาให้สมองกลับมาดีขึ้น หลังจากโดนทำลายจากสารเสพติดมานาน สองเป็นวิธีที่สำคัญเลยนั่นคือการให้ปรึกษา หรือ พูดง่ายๆว่าด้านจิตแพทย์นั่นเอง ตรงนี้แพทย์จะต้องทำงานร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย

Read More