ARTICLE 0 Comments

มนุษย์สามารถคิดคำนวณได้เพราะการทำงานของสมอง ซึ่งมันเป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่ามันซับซ้อนขนาดไหน ขอแค่ให้สมองมันทำงานได้อย่างปกติทุกวันก็พอ แต่การนั่งอยู่เฉยๆมันคงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะสมองถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และบางครั้งการกินอาหารทั่วไปอาจคงยังไม่พอ สิ่งที่คุณควรพิจารณาเพิ่มเติมคืออาหารเสริมเหล่านี้ 1.ใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) ต้นไม้ชนิดนี้ที่รู้จักกันมานานที่สุดในโลก ถูกใช้ในการแพทย์แผนจีนมานานหลายศตวรรษ โดยจะใช้สารสกัดจากเมล็ดและใบจากต้นไม้ชนิดนี้มาทำเป็นอาหารเสริม ช่วยเสริมสร้างความจำ ลดโอกาสเกิดโรคสมองเสื่อม มันยังได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากความวิตกกังวล ซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตรูปแบบอื่นๆ 2.ซิติโคลีน (Citicoline) เป็นสารที่จำเป็นต่อระบบสมอง ใช้สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคสมาธิสั้น หรือผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ นักวิจัยเชื่อว่าซิติโคลีนจะเพิ่มฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตที่ส่งไปเลี้ยงสมอง 3.ดีเอชเอ (DHA) หลังจากนี้คุณอาจรู้ว่าคุณต้องกินโอเมก้า 3 มากขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหน ดีเอชเอ อุดมไปด้วยไขมันจากปลา ซึ่งปกติจะพบเห็นเป็นส่วนประกอบในอาหารของคนอเมริกันน้อยมาก สิ่งที่คุณอาจไม่รู้คือ ดีเอชเอเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง โดยการกระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมองใหม่ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ 4.ฮิวเปอร์ซีน (Huperzine) ฮิวเปอร์ซีน เป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในกลุ่มพืชพื้นเมืองของอินเดีย โดยปกติแล้วฮิวเปอร์ซีนจะใช้ในการรักษารอยฟกช้ำ และการอักเสบเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด ปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า ฮิวเปอร์ซีนจะช่วยปรับปรุงการทำงานของ แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เราสามารถมีสมาธิที่ดีขึ้น 5.ขมิ้นชัน (Curcumin)

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองฝ่อ หรือ สมองลีบ (Cerebral atrophy) เป็นคุณสมบัติของโรคที่ส่งผลต่อสมอง หมายถึงการสูญเสียของเซลล์หรือการหดตัวของสมอง เมื่อสมองของเราฝ่อ เซลล์ประสาทและการเชื่อมต่อของพวกมันก็จะหายไปและสมองก็เริ่มเล็กลง มันเป็นภัยอันตรายร้ายแรงมากสำหรับมนุษย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการชัก (Seizures) ภาวะจิตใจไม่มั่นคง (Dementia) รวมถึงความจำเสื่อม (Memory Loss) และ ความพิการทางสมอง (Aphasia) ซึ่งเป็นภาวะที่มีความยากลำบากในการพูดหรือมีปัญหาในการเข้าใจภาษา สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อทางการแพทย์มีหลากหลายสาเหตุ และไม่มีอะไรฟันธงได้ว่าที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งมันเป็นอาการที่อาจพัฒนาได้จากโรคเก่าของผู้ป่วยเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease), ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า (Frontotemporal dementia), โรคสมองเสื่อมจากลิววี่บอดี้ (Lewy body dementia), โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke), ความพิการทางสมอง (Cerebral palsy) และโรคฮันติงตัน (Huntington’s disease) หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่างเช่นโรคเอดส์ (AIDS) และโรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุได้ทั้งหมด กลุ่มที่มีความเสี่ยงของโรคสมองฝ่อ เมื่ออายุมากขึ้นสมองทุกคนจะมีอาการฝ่อเล็กน้อย คุณอาจได้ยินว่าหมออธิบายเกี่ยวกับผล MRI scan ของคุณที่แสดงรายละเอียดของ “ภาวะสมองฝ่อตามอายุ”

Read More

ARTICLE 0 Comments

ภาวะลมรั่วเข้าสมอง (Pneumocephalus) เกิดจากอากาศหรือแก๊สรั่วเข้าไปภายในโพรงกะโหลก ซึ่งมันมักจะค้างอยู่ภายในของกะโหลกศีรษะ สาเหตุที่เกิดได้มีหลายอย่าง เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า, เนื้องอกของฐานกะโหลกศีรษะ หลังผ่าตัดระบบประสาท (Neurosurgery) หรือโสตศอนาสิกวิทยา (Otolaryngology) และมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันเกิดขึ้นจากการที่ระบบวาล์วภายในสมองเปิดให้อากาศไหลเข้าไป แต่ป้องกันไม่ให้มันออกมา จนเกิดภาวะที่เรียกว่าลมเข้าสมอง เช่นเดียวกับกับอากาศโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (Pneumothorax) การทำ CT Scan จะช่วยให้เราสามารถตรวจหาอากาศที่ถูกเก็บสะสมในสมองได้  โดยทั่วไปจะแสดงอากาศที่บีบอัดกลีบสมองส่วนหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์ของภูเขาไฟฟูจิ ชื่อนี้ได้มาจากความคล้ายคลึงของสมองที่เหมือนกับภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น เคสผู้ป่วยวัย 84 ปี แพทย์ได้เข้าให้การรักษากับผู้ป่วยที่บอกว่าการสูญเสียความสมดุลของร่างกาย และต้องตะใจกันยกห้องเมื่อพบช่องอากาศชขนาด 3½ นิ้วที่อยู่ในสมองของชายวัย 84 ปี เขาบอกกับหมอว่าเขาล้มหลายครั้งมากในแต่ละสัปดาห์ ขนซ้ายและขาไม่มีเรี่ยวแรง จากการวินิฉัยเพิ่มเติม ผู้ป่วยที่ไม่ได้มีความบกพร่องทางสายตา หรือการพูดใดๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดก็คือเขาเป็นผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาจมีอากาศเส้นเลือดในสมองแตกได้ ดังนั้นแพทย์ทำการสแกนสมองเพื่อระบุสัญญาณของการมีเลือดออก หรือ ความเสียหายของสมองที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน แต่พวกเขาก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลย หลังจากทำการสแกนเอกซ์เรย์เต็มรูปแบบอีกครั้ง ทำให้เห็นว่าในสมองของผู้ป่วยมีช่องอากาศขนาดใหญ่ที่มีขนาด 3½ นิ้ว แพทย์เชื่อว่ามันอาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด และพยายามกลับไปสอบถามผู้ป่วยอีกครั้ง โดยเขายืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีประวัติหรือเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต เมื่อเกิดอากาศรั่วเข้าไปในสมองซึ่งมันมักจะไปกองกันอยู่ตรงส่วนกลีบหน้าผาก ถือเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการสั่งงานการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เมื่อมีอากาศมาแทนที่เซลล์ระบบประสาท จึงทำให้คนเริ่มสูญเสียการควบคุมร่างกายและสั่งงาน

Read More