ARTICLE 0 Comments

มนุษย์สามารถคิดคำนวณได้เพราะการทำงานของสมอง ซึ่งมันเป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่ามันซับซ้อนขนาดไหน ขอแค่ให้สมองมันทำงานได้อย่างปกติทุกวันก็พอ แต่การนั่งอยู่เฉยๆมันคงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะสมองถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และบางครั้งการกินอาหารทั่วไปอาจคงยังไม่พอ สิ่งที่คุณควรพิจารณาเพิ่มเติมคืออาหารเสริมเหล่านี้ 1.ใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) ต้นไม้ชนิดนี้ที่รู้จักกันมานานที่สุดในโลก ถูกใช้ในการแพทย์แผนจีนมานานหลายศตวรรษ โดยจะใช้สารสกัดจากเมล็ดและใบจากต้นไม้ชนิดนี้มาทำเป็นอาหารเสริม ช่วยเสริมสร้างความจำ ลดโอกาสเกิดโรคสมองเสื่อม มันยังได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากความวิตกกังวล ซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตรูปแบบอื่นๆ 2.ซิติโคลีน (Citicoline) เป็นสารที่จำเป็นต่อระบบสมอง ใช้สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคสมาธิสั้น หรือผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ นักวิจัยเชื่อว่าซิติโคลีนจะเพิ่มฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตที่ส่งไปเลี้ยงสมอง 3.ดีเอชเอ (DHA) หลังจากนี้คุณอาจรู้ว่าคุณต้องกินโอเมก้า 3 มากขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหน ดีเอชเอ อุดมไปด้วยไขมันจากปลา ซึ่งปกติจะพบเห็นเป็นส่วนประกอบในอาหารของคนอเมริกันน้อยมาก สิ่งที่คุณอาจไม่รู้คือ ดีเอชเอเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง โดยการกระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมองใหม่ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ 4.ฮิวเปอร์ซีน (Huperzine) ฮิวเปอร์ซีน เป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในกลุ่มพืชพื้นเมืองของอินเดีย โดยปกติแล้วฮิวเปอร์ซีนจะใช้ในการรักษารอยฟกช้ำ และการอักเสบเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด ปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า ฮิวเปอร์ซีนจะช่วยปรับปรุงการทำงานของ แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เราสามารถมีสมาธิที่ดีขึ้น 5.ขมิ้นชัน (Curcumin)

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองฝ่อ หรือ สมองลีบ (Cerebral atrophy) เป็นคุณสมบัติของโรคที่ส่งผลต่อสมอง หมายถึงการสูญเสียของเซลล์หรือการหดตัวของสมอง เมื่อสมองของเราฝ่อ เซลล์ประสาทและการเชื่อมต่อของพวกมันก็จะหายไปและสมองก็เริ่มเล็กลง มันเป็นภัยอันตรายร้ายแรงมากสำหรับมนุษย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการชัก (Seizures) ภาวะจิตใจไม่มั่นคง (Dementia) รวมถึงความจำเสื่อม (Memory Loss) และ ความพิการทางสมอง (Aphasia) ซึ่งเป็นภาวะที่มีความยากลำบากในการพูดหรือมีปัญหาในการเข้าใจภาษา สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อทางการแพทย์มีหลากหลายสาเหตุ และไม่มีอะไรฟันธงได้ว่าที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งมันเป็นอาการที่อาจพัฒนาได้จากโรคเก่าของผู้ป่วยเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease), ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า (Frontotemporal dementia), โรคสมองเสื่อมจากลิววี่บอดี้ (Lewy body dementia), โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke), ความพิการทางสมอง (Cerebral palsy) และโรคฮันติงตัน (Huntington’s disease) หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่างเช่นโรคเอดส์ (AIDS) และโรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุได้ทั้งหมด กลุ่มที่มีความเสี่ยงของโรคสมองฝ่อ เมื่ออายุมากขึ้นสมองทุกคนจะมีอาการฝ่อเล็กน้อย คุณอาจได้ยินว่าหมออธิบายเกี่ยวกับผล MRI scan ของคุณที่แสดงรายละเอียดของ “ภาวะสมองฝ่อตามอายุ”

Read More

ARTICLE 0 Comments

ภาวะลมรั่วเข้าสมอง (Pneumocephalus) เกิดจากอากาศหรือแก๊สรั่วเข้าไปภายในโพรงกะโหลก ซึ่งมันมักจะค้างอยู่ภายในของกะโหลกศีรษะ สาเหตุที่เกิดได้มีหลายอย่าง เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า, เนื้องอกของฐานกะโหลกศีรษะ หลังผ่าตัดระบบประสาท (Neurosurgery) หรือโสตศอนาสิกวิทยา (Otolaryngology) และมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันเกิดขึ้นจากการที่ระบบวาล์วภายในสมองเปิดให้อากาศไหลเข้าไป แต่ป้องกันไม่ให้มันออกมา จนเกิดภาวะที่เรียกว่าลมเข้าสมอง เช่นเดียวกับกับอากาศโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (Pneumothorax) การทำ CT Scan จะช่วยให้เราสามารถตรวจหาอากาศที่ถูกเก็บสะสมในสมองได้  โดยทั่วไปจะแสดงอากาศที่บีบอัดกลีบสมองส่วนหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์ของภูเขาไฟฟูจิ ชื่อนี้ได้มาจากความคล้ายคลึงของสมองที่เหมือนกับภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น เคสผู้ป่วยวัย 84 ปี แพทย์ได้เข้าให้การรักษากับผู้ป่วยที่บอกว่าการสูญเสียความสมดุลของร่างกาย และต้องตะใจกันยกห้องเมื่อพบช่องอากาศชขนาด 3½ นิ้วที่อยู่ในสมองของชายวัย 84 ปี เขาบอกกับหมอว่าเขาล้มหลายครั้งมากในแต่ละสัปดาห์ ขนซ้ายและขาไม่มีเรี่ยวแรง จากการวินิฉัยเพิ่มเติม ผู้ป่วยที่ไม่ได้มีความบกพร่องทางสายตา หรือการพูดใดๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดก็คือเขาเป็นผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาจมีอากาศเส้นเลือดในสมองแตกได้ ดังนั้นแพทย์ทำการสแกนสมองเพื่อระบุสัญญาณของการมีเลือดออก หรือ ความเสียหายของสมองที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน แต่พวกเขาก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลย หลังจากทำการสแกนเอกซ์เรย์เต็มรูปแบบอีกครั้ง ทำให้เห็นว่าในสมองของผู้ป่วยมีช่องอากาศขนาดใหญ่ที่มีขนาด 3½ นิ้ว แพทย์เชื่อว่ามันอาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด และพยายามกลับไปสอบถามผู้ป่วยอีกครั้ง โดยเขายืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีประวัติหรือเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต เมื่อเกิดอากาศรั่วเข้าไปในสมองซึ่งมันมักจะไปกองกันอยู่ตรงส่วนกลีบหน้าผาก ถือเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการสั่งงานการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เมื่อมีอากาศมาแทนที่เซลล์ระบบประสาท จึงทำให้คนเริ่มสูญเสียการควบคุมร่างกายและสั่งงาน

Read More

ARTICLE 0 Comments

ภาวะสมองเสื่อม คือ อาการอันเกิดจากความผิดปกติต่างๆ ของสมอง โดยไม่ใช่โรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ ภาวะสมองเสื่อมส่งผลต่อทั้งความคิด , พฤติกรรม ตลอดจนความสามารถในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันลักษณะอาการของภาวะสมองเสื่อม คือ ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ความสามารถในการรู้คิดลดลง โดยแพทย์จะวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยรายนั้นเป็นโรคภาวะสมองเสื่อมหรือไม่ คือ เกิดจากการวัดผลว่ามีความบกพร่องอย่างรุนแรง เช่น ความทรงจำ , ทักษะทางภาษา , ความรู้ความเข้าใจทางด้านข้อมูลข่าวสาร , ทางด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง , การตัดสินใจ นอกจากนี้บุคคลที่ประกับภาวะสมองเสื่อม จะประสบกับความยากลำบาก ในการแก้ปัญหาตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน และการควบคุมอารมณ์ และพวกเขายังอาจประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพอีกด้วย สำหรับอาการที่แสดงให้เห็นอย่างเจน อันเกิดขึ้นกับบุคคลที่มีภาวะสมองเสื่อมนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของสมองที่ได้รับความกระทบกระเทือน รวมทั้งความเสียหายอันเกิดจากโรคซึ่งทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมโดยภาวะสมองเสื่อมมีมากมายหลายประเภท ส่วนใหญ่แล้วเกิดจาการที่เซลล์ประสาท บางเซลล์ในสมองหยุดการทำงาน และสูญเสียการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่นๆ จนกระทั่งค่อยๆตายลงในที่สุด ตามปกติแล้วภาวะสมองเสื่อมจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ แปลว่า โรคนี้จะค่อยๆแพร่กระจายไปทั่วสมอง และอาการแสดงออกของบุคคลนั้น ก็จะทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ใครสามารถเป็นโรคสมองเสื่อมได้บ้าง? ภาวะสมองเสื่อม เกิดขึ้นกับใครก็ได้ หากแต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุมากขึ้น โดยคนสวนใหญ่ที่ประสบกับโรคสมองเสื่อม มักเป็นผู้สูงอายุ หากแต่มีจุดสำคัญที่คุณผู้อ่านต้องระลึกไว้ว่า ผู้สูงอายุสวนใหญ่นั้น ไม่ได้ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคลมชัก เกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยสาเหตุของโรคนี้ ก็มีมากมายหลายประการ เช่น พันธุกรรม , ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในสมอง อันเนื่องมาจากถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกกระตุ้นมากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชักได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดที่ถูกกระตุ้น เช่น สมองที่คอยควบคุมแขนขาถูกกระตุ้น ก็จะเกิดอาการเกร็งบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นการแสดงออกของโรคลมชักก็มีความแตกต่างไปในแต่ล่ะคน และโรคลมชักยังเกิดได้ตั้งแต่เด็กทารกที่อยู่ในท้อง เพราะเซลล์สมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ต่อมาเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ก็อาจมีผลกระทบต่อสมองได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในเด็กที่มีปัญหาจากการเจ็บป่วย , ติดเชื้อ หรือได้รับวัคซีนบางอย่างที่ส่งผลต่อสมอง เช่น เด็กคนหนึ่งคลอดตามกำหนด มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ แต่พอถึงอายุ 1-3 ปี กลับชัก โดยไม่อาจระบุสาเหตุได้ โรคลมชักในเด็กส่งผลต่อการพัฒนาสมองในทุกๆ ด้าน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สมองก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้นตามกาลเวลา รู้ตัวเร็ว – รักษาเร็ว – หายได้เร็ว การรักษาให้โรคลมชักหายขาด จำเป็นต้องผ่านการวินิจฉัยก่อนว่าโรคลมชักของบุคคลนั้นๆมาจากสาเหตุใด เพราะจะได้ลงมือรักษาได้อย่างถูกต้อง เริ่มแรกจะใช้ยากันชัก เพื่อเข้าไปปรับกระแสไฟฟ้าในสมองให้ปกติ ถ้าผู้ป่วยคนใดดื้อยาก็ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามารักษา เพื่อให้ทราบถึงตำแหน่งในสมองได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ด้วยการตรวจคลื่นสมอง หรือ EEG ด้วยการติดสายไฟฟ้าบนศีรษะกระจายไปตามจุดต่างๆ เพื่อหาจุดที่ปล่อยไฟฟ้าผิดปกติ ตามด้วยการตรวจ

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือในอีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันดี คือ โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคนี้เกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือด ซึ่งมีไขมันเกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดด้านใน สามารถพบได้ทั้งหลอดเลือดในสมองและหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ ส่งผลให้รูของหลอดเลือดเกิดความตีบและแคบลง ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่เพียง ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ , ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , โรคไขมันในเลือดสูง รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่จัด และก็ยังสามารถเกิดได้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจชนิดเสี่ยง ต่อการเกิดลิ่มเลือดในห้องหัวใจ ซึ่งเป็นเหตุให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจพร้อมไหลไปตามกระแสเลือด จนไปอุดตันหลอดเลือดที่สมอง เกิดการขัดขวางการไหลของเลือดที่จะเดินทางไปเลี้ยงสมอง เมื่อเลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หรือเกิดการอุดตันจนเลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่ได้ ส่งผลให้เซลล์สมองในบริเวณนั้นขาดเลือด จนสูญเสียการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการผิดปกติ อย่าง อัมพฤกษ์ , อัมพาตนั่นเอง หลอดเลือดสมองตีบเกิดจากอะไร ? โรคหลอดเลือดสมองตีบ มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งก่อให้เกิดโรคได้หลายทาง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อายุ จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด ยิ่งอายุมากขึ้นอัตราความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก เพราะหลอดเลือดเสื่อมสภาพ เชื้อชาติ คนผิวดำมีอัตราการเกิดโรคมากกว่าคนผิวขาว พันธุกรรม คนไหนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญรองจากอายุเลยทีเดียว โรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่ทำให้มีการหลุดของลิ่มเลือดจากหัวใจ

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคสมองอักเสบ คือ โรคที่เนื้อสมองเกิดการอักเสบ โดยการอักเสบนี้อาจเกิดขึ้นในสมองทั้งหมดหรือบางส่วนของเนื้อสมองก็ได้ โดยสาเหตุของโรค เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส , เชื้อแบคทีเรีย , เชื้อรา หรือโปรโตซัว และมีสาเหตุอื่นซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่นเดียวกัน เช่น การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น โรคสมองอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ไวรัส ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด มีไวรัสหลายชนิดก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบ แต่ชนิดที่พบบ่อยสุด คือ ไวรัสที่อาศัยแมลงเป็นพาหะโรค มีชื่อว่า Arboviruses ซึ่งมีอยู่หลายชนิดและหลายประเทศ โดยไวรัสที่เป็นสาเหตุหลัก ชื่อ Japanese encephalitis virus ไวรัสชนิดนี้อาศัยอยู่ในยุงรำคาญ เป็นตัวนำโรคมาสู่คน ส่วนไวรัสในกลุ่มอื่นซึ่งทำให้เกิดโรคสมองอักเสบแต่พบได้น้อย เช่น ไวรัสเริม , ไวรัสคางทูม , ไวรัสหัด ,  ไวรัสอีสุกอีใส , ไวรัสหัดเยอรมัน , ไวรัสพิษสุนัขบ้า , ไวรัส HIV เป็นต้น ส่วนแบคทีเรีย พบว่ามันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคสมองอักเสบได้น้อยกว่าไวรัสมาก ซึ่งส่วนใหญ่การติดเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดสมองอักเสบแบบ สมองใหญ่อักเสบ

Read More

ARTICLE 0 Comments

ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้น เป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนบุคคลปกติทั่วไป หากได้รับการดูแลรักษาได้ถูกต้อง และการจะทำแบบนั้นได้ ลูกหลาน และผู้ดูแลจำเป็นต้องได้รับความรู้ และวิธีการดูแลอย่างครบถ้วน วันนี้เรามาพร้อมทริปดี ๆ สำหรับการช่วยดูแลทั้งสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้มีสุขภาพดีตลอดเวลา คนที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ มักจะรู้สึกไม่สบายใจ กังวล และมีอาการหดหู่ผสมกัน เมื่อเขาพบว่าการทำงานง่าย ๆ ที่ปกติเคยทำได้นั้น กลายเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน การควบคุมอาการเหล่านี้ จะช่วยให้สุขภาพจิตใจอยู่ในสภาพที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นคนธรรมดาทั่วไป 1.วางตารางเวลาอย่างระมัดระวัง เช่นการจัดตารางการทำกิจกรรมภายในบ้าน ตั้งแต่อาบน้ำ กินข้าว และการหมอนัด โดยให้เวลาว่างในการทำกิจกรรมส่วนตัวของเขาอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้คิดว่าเป็นการทำซ้ำ ๆ ที่น่าเบื่อเหมือนการถูกบังคับ และสุดท้ายก็จะทำให้สุขภาพจิตใจย่ำแย่ลง 2.ให้เวลามากกว่าปกติ ให้คาดหวังไว้เลยว่าการทำกิจกรรมของผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์ จะใช้เวลานานกว่าคนปกติทั่วไป ไม่ควรรีบเร่งให้เขาทำกิจกรรมนั้นให้เสร็จโดยไว จำเป็นการเพิ่มความเครียดสะสม ที่จะส่งผลต่ออนาคต 3.เพิ่มการทำกิจกรรมภายในครอบครัว เป็นการช่วยให้สามารถทำอะไรเองได้มากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว อย่างเช่นการแต่งตัวเอง สมาชิกในบ้านอาจจะหยิบชุดให้ หรือเลือกชุดและวางไว้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหยิบสวมใส่เองได้ง่าย 4.สร้างตัวเลือกกิจกรรม การมีตัวเลือกอย่างน้อย 2 ข้อ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องปวดหัว แต่ต้องให้เลือกทุกวัน อย่างเช่นวันนี้จะแต่งชุดไหนดีระหว่างชุดแรก และชุดที่สอง หรือจะไปเที่ยวที่ไหน ระหว่างเดินเล่นในสวน

Read More

ARTICLE 0 Comments

แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลมาก แต่โรคบางอย่างก็ถือว่าเป็นมัจจุราชร้ายที่ยังไม่สามารถเอาชนะได้เลย อย่างเช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น อีกโรคหนึ่งที่นับว่าเป็นมัจจุราชร้ายของคนหลังวัยเกษียณอย่างมาก นั่นคือ โรคพาร์กินสัน หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เราเลยขอนำมาให้รู้จักมัจจุราชตนนี้กันว่ามีหน้าตาอย่างไร โรคพาร์กินสันเกิดจากอะไร สำหรับโรคพาร์กินสันนี้ หากนับตามเอกสารของนายแพทย์เจมส์ พาร์กินสัน ผู้ค้นพบโรคนี้ได้กล่าวไว้ว่า พาร์กินสัน เกิดจากการที่เซลล์สมองได้ตายลงอย่างไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะเซลล์สมองที่สร้างโดพามีนขึ้นมา เมื่อสูญเสียตรงนี้ไปจะทำให้การควบคุมร่างกายมีปัญหาก็จะเกิดปัญหาตามมาด้วย อาการของโรคพาร์กินสัน (ด้านร่างกาย) อาการของโรคพาร์กินสันนั้น หากแสดงอาการออกมาแล้วนั่นเป็นสัญญาณร้ายเตือนเลยเนื่องจากแสดงว่า เซลล์สมองได้ตายไปพอสมควรแล้วจึงเกิดอาการขึ้น อาการดังกล่าวก็จะมี อาการสั่นจะเริ่มจากข้อมือ แขน และลามไปเรื่อยจนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวัน หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สองเคลื่อนไหวร่างกายช้าลงเริ่มจากอวัยวะจะเคลื่อนไหวได้ช้าลงและน้อยลงจนเหมือหยุดนิ่งไป นั่นทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวไม่ได้เลยบางรายจะมีความรู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย สามร่างกายแข็งเกร็ง ร่างกายจะขยับไม่ได้เหมือนเกร็งตัวอยู่อย่างนั้น และสี่ร่างกายขาดความสมดุล เวลาเดินอาจจะเอียงซ้ายหรือขวา หรือ ด้านหน้าด้วย ทำให้ล้มได้ง่ายมาก ผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ร่างกายว่าแย่แล้ว สภาพจิตใจยิ่งแย่กว่า โรคพาร์กินสัน จะทำให้สภาพจิตใจของผู้ป่วยมีปัญหาขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการวิตกกังวลต่ออาการของตัวเอง กลัว กระวนกระวาย เครียด (ยิ่งเครียด อาการยิ่งเห็นชัด) ต่อจากนั้นจะมีอาการทางจิตอ่อนๆ อย่าการมองเห็นภาพหลอน สุดท้ายจะพาผู้ป่วยไปสู่ภาวะซึมเศร้าเนื่องจากเหนื่อย เครียด กับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่นั่นเอง ทำให้ลูกหลานต้องอดทน

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เป็นโรคไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้ อาจเกิดแผลในใจ เกิดความกังวลใจและทรมานกับใบหน้าอันบิดเบี้ยว ไม่สวยงามเหมือนคนอื่น โดยโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เกิดจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าเกิดภาวะอัมพาตอย่างเฉียบพลัน ไม่อาจยืดหดได้ตามคำสั่งจากสมอง ส่งผลให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่อาจตอบสนองหรือแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้ตามที่ควร โรคนี้ อาจเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มันมักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งคราวเท่านั้น แต่อาการมักจะเริ่มดีขึ้นเองภายใน2 – 3 สัปดาห์ และจะมีการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาประมาณ 6 เดือน จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่เคยเจอมา มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยังคงมีอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีกอยู่ตลอดเวลา สาเหตุของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก สาเหตุที่แน่นอนของการโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกยังไม่อาจทราบอย่างชัดเจน แต่มีการคาดการณ์กันว่าอาจเป็นผลพวงมาจากอาการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งควบคุมกล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดอัมพาต นอกจากส่งผลกับกล้ามเนื้อใบหน้าแล้ว อาการอักเสบของเส้นประสาท ยังส่งผลต่อการควบคุมของการหลั่งน้ำตาและน้ำลายอีกด้วย โดยการอักเสบที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นผลที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไวรัสก็ได้ เช่น การติดเชื้อเริม เชื้ออีสุกอีใส เชื้อไวรัส Epstein-Barr การติดเชื้อ Cytomegalovirus การติดเชื้อ adenovirus หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ Coxsackievirus ซึ่งทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกมักจะพบบ่อยมาก ในกรณีดังต่อไปนี้ การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือคุณแม่ที่อยู่ในระยะสัปดาห์แรกหลังจากการคลอด

Read More