ARTICLE 0 Comments

โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เป็นโรคไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้ อาจเกิดแผลในใจ เกิดความกังวลใจและทรมานกับใบหน้าอันบิดเบี้ยว ไม่สวยงามเหมือนคนอื่น โดยโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เกิดจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าเกิดภาวะอัมพาตอย่างเฉียบพลัน ไม่อาจยืดหดได้ตามคำสั่งจากสมอง ส่งผลให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่อาจตอบสนองหรือแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้ตามที่ควร โรคนี้ อาจเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มันมักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งคราวเท่านั้น แต่อาการมักจะเริ่มดีขึ้นเองภายใน2 – 3 สัปดาห์ และจะมีการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาประมาณ 6 เดือน จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่เคยเจอมา มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยังคงมีอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีกอยู่ตลอดเวลา สาเหตุของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก สาเหตุที่แน่นอนของการโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกยังไม่อาจทราบอย่างชัดเจน แต่มีการคาดการณ์กันว่าอาจเป็นผลพวงมาจากอาการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งควบคุมกล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดอัมพาต นอกจากส่งผลกับกล้ามเนื้อใบหน้าแล้ว อาการอักเสบของเส้นประสาท ยังส่งผลต่อการควบคุมของการหลั่งน้ำตาและน้ำลายอีกด้วย โดยการอักเสบที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นผลที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไวรัสก็ได้ เช่น การติดเชื้อเริม เชื้ออีสุกอีใส เชื้อไวรัส Epstein-Barr การติดเชื้อ Cytomegalovirus การติดเชื้อ adenovirus หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ Coxsackievirus ซึ่งทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกมักจะพบบ่อยมาก ในกรณีดังต่อไปนี้ การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือคุณแม่ที่อยู่ในระยะสัปดาห์แรกหลังจากการคลอด

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้มากที่สุด อาการของโรคส่งผลต่อสมองส่วนควบคุมความคิด , ความทรงจำ และการใช้ภาษา อาการของโรคจะเริ่มจากการหลง      ๆลืมๆแบบไม่รุนแรงจนอาการจะเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง อาการของอัลไซเมอร์ อาการเริ่มแรก คือ จะมีอาการหลงลืม ซึ่งพัฒนาไปอย่างช้า ๆ โดยใช้เวลาหลายปี บางคนอาจเข้าใจผิดไปว่าเป็นแค่อาการหลงลืมเมื่ออายุมากขึ้น โดยอาการของผู้ป่วยในแต่ละรายก็มีการพัฒนาเร็วแตกต่างกัน ทำให้คาดเดาได้ยากว่าอาการจะแย่ลงเมื่อไหร่ อาการของโรคอัลไซเมอร์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น โดยอาการเริ่มต้นของแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไป โดยสัญญาณแรกที่พบ คืออาการหลงลืม เช่น ลืมบทเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น , วางของผิดที่ , นึกชื่อสถานที่ไม่ออก , ชอบทำอะไรซ้ำๆ เช่น ถามคำถามเดิมหลายครั้ง , การตัดสินใจอะไรสักเรื่องหนึ่งกลายเป็นเรื่องยาก , อารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง เช่น หงุดหงิด , วิตกกังวล , สับสน เป็นต้น ระยะกลาง ระยะนี้ผู้ป่วยจะยิ่งมีปัญหาด้านความทรงจำเข้าไปใหญ่ ผู้ป่วยต้องได้รับความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร

Read More

ARTICLE 0 Comments

วัยชรา หรือ ผู้สูงอายุนั้น เรื่องของการเจ็บป่วยย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายของเราเสื่อมไปตามกาลเวลา ไม่แปลกที่ไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตามต่างก็เป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุได้เสมอ อีกหนึ่งโรคที่ต้องบอกว่าเป็นโรคที่อันตรายต่อผู้สูงอายุเลยนั่นคือ โรคอัลไซเมอร์ มันเป็นอย่างไร อันตรายอย่างไรมาดูกัน โรคอัลไซเมอร์ มีลักษณะอย่างไร โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่มีการพูดถึงกันมาก เนื่องจากเป็นโรคที่มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุจะยิ่งพบได้มากเลยส่วนใหญ่โรคนี้จะเริ่มเป็นในผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป โรคนี้ถูกค้นพบและนำเสนอโดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 อาการของโรคนี้คือ การหลงลืม ความจำเสื่อม ทีละเล็กละน้อย จากเรื่องราวเล็กๆจนกลายเป็น ลืมเรื่องราวทั้งหมดในชีวิต หรือแม้แต่ลืมเรื่องราว สิ่งที่ทำแม้ผ่านไปแล้วเพียงแค่ 1 ชั่วโมง สาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ มาดูกันที่สาเหตุของการเกิดโรคนี้กันบ้าง ส่วนหนึ่งผู้ค้นคว้ากล่าวว่า เกิดจากพันธุกรรมมีส่วนเหมือนกัน แสดงว่าหากโรคนี้มีคนในครอบครัวเป็นเราก็อาจจะมีสิทธิ์เป็นได้ด้วย สองเป็นเรื่องการประสบอุบัติเหตุทางสมอง สามโรคภัยไข้เจ็บอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเรื่องสูง โรคเหล่านี้อาจจะสะสมและแสดงอาการให้เกิดอัลไซเมอร์ด้วย อัลไซเมอร์อันตรายต่อผู้สูงอายุ ความอันตรายของโรคนี้ต่อผู้สูงอายุนั้น หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร อาการขี้หลงขี้ลืมหากเป็นแค่การลืมทั่วไปๆก็ไม่เป็นไร แต่การลืมแบบลืมไปเลยอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้แม้ว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัว อย่างเช่น หากผู้สูงอายุรีดผ้าอยู่แล้วเดินไปทำอย่างอื่น อาจจะลืมไปว่าตัวเองรีดผ้าอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะเกิดไฟไหม้ได้ หรือ การกินยา หากผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้ว

Read More

ARTICLE 0 Comments

ขึ้นว่า โรคภัยไข้เจ็บแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ว่าจะเป็นโรคเล็กน้อยเพียงแค่ไหน ก็คงไม่มีใครอยากเจออย่างแน่นอน ซึ่งโรคภัยบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นจากความผิดปกติที่เรามองข้ามไป กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็ร้ายแรงจนควบคุมได้ยาก รักษายากเสียแล้ว ไมเกรน ก็เป็นอีกโรคร้ายที่เป็นภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่เราคิดไว้มากทีเดียว อาการของโรคไมเกรน อาการของโรคไมเกรนนั้น จะว่าไปแล้วก็เป็นอาการที่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรแต่ส่งผลรุนแรงทีเดียวหากได้เป็น กล่าวคือ โรคนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหัวข้างเดียว อาจจะเป็นซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่บางครั้งอาจจะเกิดอาการทั้งสองข้างเลยก็มีเหมือนกัน โดยจะปวดครั้งหนึ่งติดต่อต่อกันตั้งแต่ 4-72 ชั่วโมง การปวดจะเป็นไปในลักษณะปวดตุ๊บๆเหมือนมีคนมาเคาะหัวตลอดเวลา นอกจากนั้นจะมีอาการอื่นผสมด้วยไม่ว่าจะเป็น อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือหากมีอาการหนักมากอาจจะมีอาการผิดปกติทางสายตาด้วยอย่าง เห็นแสงซิกแซก แสงวูบวาบ เป็นต้น สาเหตุของไมเกรน สิ่งที่ทำให้เราต้องบอกว่าโรคนี้คือภัยเงียบอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ โรคนี้เรายังไม่ทราบที่มาของโรคที่ชัดเจน นั่นหมายความว่าเราอาจจะเป็นโรคไมเกรนได้แบบที่เราก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่มีการสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากเส้นประสาทในสมองไปทำให้เส้นเลือดแดงเกิดการขยายตัวอย่างเร็ว ส่วนปัจจัยภายนอกที่สำคัญน่าจะเป็นความเครียด การอดนอนติดต่อกันมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือจากเหล้า บุหรี่ ก็มีส่วนได้เหมือนกัน วิธีรักษาจากอาการไมเกรน เมื่อเป็นแล้วจะรักษาอย่างไร การรักษาโรคไมเกรนนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งได้สองแบบคือ หนึ่งการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่หนักเกินไปอาจจะให้ลดลง พักผ่อนให้เพียงพอ สองเป็นการให้ยา เพื่อรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น หากไม่เป็นอะไรมากก็จะเริ่มต้นที่ยาทั่วไปเพื่อระงับอาการปวดอย่าง พาราเซตามอล ก็ได้ แต่หากทานแล้วยังไม่หายปวดหัว อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อสั่งยาที่แรงขึ้น วิธีการป้องกันโรคไมเกรน แม้เราจะไม่ทราบว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นของไมเกรน คืออะไร แต่เราสามารถหาวิธีป้องกันได้

Read More

ARTICLE 0 Comments

ยาเสพติด เอาแค่ชื่อเราก็รู้กันมาตลอดว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็น่าแปลกที่เรามักจะเห็นหลายคนเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดเสมอๆไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม ในฐานะผู้ค้า ผู้ขาย และผู้เสพ รวมถึงการเข้าไปเสพยาเสพติดก็จะทำให้เกิดโรคและความผิดปกติต่อร่างกายด้วย อีกหนึ่งโรคร้ายที่เราจะนำมาเสนอ นั่นคือ โรคสมองติดยา ภัยร้ายจากยาเสพติด โรคสมองติดยา คืออะไร คำว่า โรคสมองติดยา อาจจะเป็นคำที่ไม่คุ้นเคยเท่าไร สำหรับคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการยาเสพติด เราอาจจะเคยได้ยินว่า ผู้เสพยาเสพติด คือ ผู้ป่วย นั่นแหละคือที่มาอย่างหนึ่งของโรคสมองติดยา ซึ่งโรคนี้จะทำให้ผู้เสพเริ่มมีอาการผิดปกติทางสมอง นั่นทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหมกหมุ่นอยู่กับการเสพยา หายามาเสพ จนทำให้เกิดพฤติกรรมอันตรายเช่นการปล้น จี้ ขโมยเพื่อหายามาเสพนั่นเอง โรคสมองติดยา มีอาการอย่างไร โรคสมองติดยานั้นหากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายจะมีขั้นตอนดังนี้ เมื่อเราเสพยาเสพติดเข้าไปแล้ว ยาเหล่านั้นจะเข้าไปทำปฏิกริยาด้านต่างๆกับสมองไม่ว่าจะเป็น จะเข้าไปทำลายสมองด้านความรู้สึก นึกคิด ให้ช้าลงจนคิดอะไรไม่ออก เรียกง่ายๆว่าขาดเหตุผลในการรับรู้และทำความเข้าใจไปเสียแล้ว สองเข้าไปทำให้เกิดความอยากมากขึ้น กล่าวคือ สารเสพติดจะเข้าไปทำให้สมองอยากได้ความสุข อยากได้มากขึ้น เมื่อคนเรามีความอยากมากกว่าเหตุผล ก็จะทำให้เกิดแรงขับจนไปสู่พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ วิธีการรักษาโรคสมองติดยา ด้านการรักษาโรคสมองติดยานั้น แพทย์จะใช้วิธีการสองขนานควบคู่กัน อย่างแรกเป็นเรื่องของยาที่จะมีการให้ยากับผู้ป่วยเพื่อรักษาให้สมองกลับมาดีขึ้น หลังจากโดนทำลายจากสารเสพติดมานาน สองเป็นวิธีที่สำคัญเลยนั่นคือการให้ปรึกษา หรือ พูดง่ายๆว่าด้านจิตแพทย์นั่นเอง ตรงนี้แพทย์จะต้องทำงานร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย

Read More

ARTICLE 0 Comments

การตรวจสอบอวัยวะ ส่วนต่างๆของร่างกาย ถือว่าเป็นเรื่องที่เราควรที่จะต้องใส่ใจเข้ารับการตรวสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว แต่บางครั้งการตรวจสุขภาพประจำปีก็อาจจะไม่ได้เข้าไปตรวจระบบบางอย่างที่มีความซับซ้อนมากเกินไปอย่างเช่นระบบสมองเป็นต้น หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น ราคาแพง แต่เอาจริงการหมั่นไปตรวจเช็คระบบสมองเป็นเรื่องที่เราควรทำนะ ทำไมต้องตรวจเช็คความผิดปกติของสมอง ถามว่าทำไม เราต้องตรวจเช็ความผิดปกติดของสมองด้วย คำตอบก็คือ การเข้าไปตรวจเช็คความผิดปกติของสมองจะช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพสมองของเราได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หมอจะสามารถมองเห็นตำแหน่งต่างๆที่อาจจะเป็นเนื้องอก ฝี หรือ โรคติดเชื้อต่างๆ เมื่อเห็นก่อนแล้วก็จะได้ทำการรักษาให้เร็วขึ้น โอกาสหายมีสูงมาก หากไปพบทีหลัง หรือ ตอนที่อาการเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ทุกอย่างอาจจะสายเกินไปก็เป็นได้ ตรวจเช็คความผิดปกติโดยวิธี การตรวจเช็คสมองนั้น เดี๋ยวนี้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือเค้าก็มีการพัฒนาไปตามยุคสมัย อย่างปัจจุบันนี้เค้าใช้เครื่องตรวจพิเศษที่ชื่อว่า เครื่อง MRI แล้ว เรามีหน้าที่เตรียมตัวให้พร้อมตามคำสั่งหมอ จากนั้นก็นอนแล้วก็ลอดอุโมงค์เท่านั้นเอง (เหมือนในหนังที่ดูนั่นแหละ) จากนั้นก็ฟังสรุปผลเท่านั้น ไม่เจ็บปวด ไม่นานอย่างที่ใครๆคิดกัน การหาสาเหตุโรคลมชัก การตรวจความผิดปกติของสมอง ข้อมูลที่ได้รับสำคัญประการหนึ่งเป็นเรื่องของโรคลมชักที่ใครเคยเห็นคนใกล้ตัวเป็นนี่รู้เลย บางทีชักขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาคนรอบตัวช่วยเหลือไม่ทันก็มี ดังนั้นหากเรารู้ว่าตัวเองเป็นโรคลมชักแบบไหน ก็จะช่วยให้ปฏิบัติตัวเองได้ถูกต้อง หรือบางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองเป็นลมชักนั้นไม่ได้เป็นลมชักจริงๆ เป็นอาการชักปลอมแบบนี้ก็ตรวจได้ จะได้สบายใจ นอกจากนั้นแล้ว การตรวจสมองยังช่วยให้แยกแยะอาการลมชัก อาการเจ็บป่วย หรืออาการจิตเวชได้ด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการประสาทหลอนทางจิต หลายคนอาจจะมองว่าเป็นบ้า จิตป่วย ไปรักษาก็ไม่หายสักที ปรากฏว่าพอไปเช็คสมองแล้ว

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองคนเราถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญและลี้ลับมากที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ หากสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บก็อาจจะส่งต่อร่างกายได้เช่นกัน วันนี้เรามาไล่เรียงกันดูว่าอาการหรือโรคที่เกี่ยวกับความผิดปรกติของสมองมีอะไรบ้าง เช็คกันก่อนเลย โรคอัลไซเมอร์ส ความผิดปกติทางสมองอย่างแรกมักจะพบเห็นได้บ่อยมาก ในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มักจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ส หรือ โรคสมองเสื่อม เกิดจากการที่เซลสมองที่เริ่มเสื่อมสภาพ ตาย แล้วไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก ผลที่ตามาก็คือนอกจากจะสูญเสียความทรงจำแล้ว ยังส่งผลต่อการควบคุมตัวเองทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ไปพร้อมกันอีกด้วย ในบ้านเราก็พบมากขึ้นเรื่อยๆ หากบ้านใครมีผู้ป่วยโรคนี้อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวเด็ดขาด หากเปิดเตารีดทิ้งไว้แล้วลืมปิด (แต่เจ้าตัวนึกว่าปิดแล้ว) อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โรคสมองอักเสบ การอักเสบตามบริเวณผิวหนังอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัวเท่าไร กินยา ทายาตามแพทย์สั่งก็หาย แต่หากการอักเสบมันเกิดขึ้นที่สมองล่ะ บอกได้เลยว่าเป็นปัญหาใหญ่เลย โรคสมองอักเสบมักจะเกิดจากไวรัส หรือ เกิดจากยุกชนิดพิเศษได้เหมือนกัน อาการของโรคนี้หากเป็นไม่มากจะเป็นไข้ อ่อนเพลียหมดแรง ปวดหัว ปวดตา แต่ถ้าเป็นมากอาการจะเพิ่มเป็นซึม ไม่ค่อยรู้สึกตัว ไข้สูง คลื่นไส้อาเจียนได้ โรคสมองขาดเลือด โรคต่อไปความรวดเร็วของอาการป่วยถือว่าเป็นอันตรายมากทีเดียว โรคสมองขาดเลือดเป็นภาวะที่เกิดจากการอุดตันของเส้นเลือด หรือมีลิ่มเลือดไปขัดขวางการลำเลียงเลือด หรือ ออกซิเจน สารอาหารอย่างอื่นไม่ให้ไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ ผลก็คือจะทำให้เซลล์สมองตายลง สุดท้ายจะทำให้คนป่วยเกิดอาการสูญเสียการควบคุมตัวเองไปในหลายรูปแบบเช่น การควบคุมร่างกายซีกใดซีกหนึ่งไม่ได้ พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท เป็นต้น หากพบเห็นอาการดังกล่าว

Read More

ARTICLE 0 Comments

คนที่เป็นโรคประสาทส่วนมากแม้มันจะเป็นโรคๆ หนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในจิตใจของคนเราก็ยังคงมองว่าคนเป็นโรคประสาทคือ คนบ้า ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่ผิดมาก คนเป็นโรคประสาทสามารถรักษาให้หายได้เหมือนกับโรคทั่วๆ ไป เพียงแต่ว่าวิธีการอาจจะไม่ใช่แค่การทานยา อย่างไรก็ตามการป้องกันไม่ให้โรคประสาทเกิดขึ้นกับตัวเราก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งรักษากันภายหลัง การป้องกันโรคประสาท เริ่มต้นกันตั้งแต่วัยเด็ก – บางคนอาจจะมองว่าเด็กคงไม่ได้มีความคิดหรือรู้อะไรมาก จริงๆ แล้วเด็กก็สามารถเป็นโรคประสาทได้ถ้าหากเกิดการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ อบรมสั่งสอนเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ มีเหตุผล อย่าใช้อารมณ์หรือความรุนแรงทั้งในด้านร่างกายหรือจิตใจ พยายามฝึกจิตตัวเองเสมอ – จริงๆ แล้วโรคประสาทสาเหตุส่วนใหญ่เองก็มาจากการที่จิตเราไม่นิ่งพอ คิดหรือทำอะไรไปก่อนที่จะเป็นจริง การฝึกจิตให้นิ่ง รู้จักการปล่อยวางจะช่วยในการป้องกันโรคประสาทได้เป็นอย่างดี ทำจิตใจให้กล้าแกร่งและพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเสมอ รู้จักการให้อภัย – การรู้จักให้อภัย ไม่คิดอาฆาตมาดร้าย จะทำให้จิตใจของเราสงบสุข เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะไม่คิดมากและไม่กลายเป็นโรคประสาท รู้จักการมองโลกในแง่ดี – การมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรานั้นคิดบวกอยู่เสมอ อย่าลืมว่าการมองโลกในแง่ดีไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เรามีความสุขแต่เรายังสามารถหาวิธีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วย ออกกำลังกาย – การออกกำลังกายจะช่วยแก้ปัญหาความเครียดได้เป็นอย่างดี แถมยังได้สุขภาพที่ดีตามมาอีกต่างหาก การรักษาโรคประสาท การใช้ยา – เป็นขั้นตอนที่จะได้รับเมื่อไปพบแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการใช้ยาส่วนใหญ่เพื่อเป็นการรักษาในช่วงแรกๆ อาทิ ยาคลายเครียด ยานอนหลับ ยาสำหรับบำรุงประสาท เป็นต้น การใช้จิตบำบัด

Read More

ARTICLE 0 Comments

ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็แล้วแต่ย่อมไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งสิ้น นั่นเป็นเพราะพอเรารู้ว่าเราเริ่มรู้สึกมีอาการแปลกๆ หรือผิดปกติกับร่างกาย มันเลยทำให้เราพลอยหงุดหงิด เป็นกังวล และดูไม่สดชื่นเอาเสียเลย สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงได้นั้นจึงต้องเกิดจากการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และที่สำคัญจะต้องไม่ใช้ชีวิตเครียดเกินไป เพราะความเครียดจะเป็นบ่อเกิดแห่งโรคอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะโรคทางสมอง หลายๆ คนเกิดเป็นโรคทางสมองขึ้นก็จากความเครียด คิดมาก วิตกจริต ซึ่งมันจะส่งผลโดยตรงไปสูร่างกาย สุดท้ายสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือร่างกายของเรานั่นเอง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีโอกาสเป็นโรคทางสมองหรือไม่ ลองมาดูสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าอาจเป็นโรคทางสมอง หลงๆ ลืมๆ เรื่องราวต่างๆ – มักจะเป็นคำพูดเล่นๆ ที่พูดติดปากกันว่า ขี้ลมอีกแล้วยังไม่แก่เสียหน่อย อะไรทำนองนี้ แต่จริงๆ แล้วหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับคุณจริงๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเอาเสียเลย ทั้งการหลงลืมทั้งๆ ที่พึ่งทำมาเมื่อไม่นานนี้ หลงลืมในสิ่งที่ควรจะจดจำแบบว่าจำเรื่องนั้นไม่ได้เลย หากเป็นแบบนี้บ่อยๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นพาร์กินสัน หรือ อัลไซเมอร์ ได้ มักเกิดอาการหน้ามืดจากอิริยาบถต่างๆ – หลายๆ คนเมื่อทำอิริยาบถต่างๆ แล้วมักจะรู้สึกว่าตัวเองหน้ามืด จะเป็นลมอยู่บ่อยๆ อาทิ การก้มไปหยิบของ การลุกนั่งแบบเร็วๆ เปลี่ยนท่าทางแบบฉับพลัน สิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับคุณบ่อยๆ เข้ามันคงไม่ใช่เรื่องปกติของร่างกายแน่ๆ ทางที่ดีควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาจะดีกว่า มองเห็นภาพซ้อน บ้านหมุน

Read More

ARTICLE 0 Comments

คำว่าโรคประสาท ไม่ได้หมายความว่าเป็น คนบ้า แต่พวกเขาเหล่านั้นคือคนที่ป่วยประเภทหนึ่ง ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับเรื่องของโรคประสาทว่าเป็นอย่างไรบ้าง ประเภทของโรคประสาท วิตกกังวล – เป็นอาการวิตกกังวลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินเหตุ ซึ่งลักษณะอาการแบบนี้มักจะเกิดจากการที่ไม่สบายใจหรือมีเรื่องให้คิดมาก่อน สำหรับบางคนอาจหายได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่บางคนก็ยังคงจดจำและกลายเป็นความวิตกกังวลจนเกิดเป็นภาวะเครียด ใจสั่น หงุดหงิดง่าย เบื่ออาหาร หรือเก็บไปฝัน หวาดกลัว – มักเกิดจากการที่เคยเจอเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจนรู้สึกช็อก หรือว่าองค์ประกอบต่างๆ ภายในเหตุการณ์นั้นทำให้ตัวเองรู้สึกหวาดผวา เหมือนประมาณว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้อีก ขณะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นจะมีอาการหายใจเร็ว เหงื่อออก หวาดระแวง แต่จะสามารถหายไปได้เองเมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ย้ำคิดย้ำทำ – จริงๆ แล้วมีพื้นฐานมาจากความวิตกกังวล และนำพาตัวเองคิดอยู่เสมอว่าจะต้องทำสิ่งต่างๆ ให้สมบูรณ์เพื่อจะได้หลุดพ้นจากความวิตกกังวลนั้น เลยจะทำให้เป็นคนที่ทำอะไรซ้ำซากทั้งๆ ที่ทุกอย่างก็ทำเรียบร้อยแล้ว จนบางครั้งไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ซึมเศร้า – เป็นอาการของจิตใจที่มีความแปรปรวน เกิดความขัดแย้งต่างๆ ขึ้นภายในจิตใจ หรืออาจจะเกิดความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ เลยทำให้รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก จะคิดแต่เรื่องนั้นย้ำๆ วนไปวนมา ไม่ยอมลืมเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีอาการเหม่อลอย ซึมเศร้า เก็บตัว เบื่ออาหาร ไม่ตอบสนองสิ่งรอบข้าง บุคลิกวิปลาส – เกิดจากการคิดเกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมตัวเอง คล้ายๆ

Read More