เรียนรู้ทำความเข้าใจโรคร้ายที่เกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง

ARTICLE 0 Comments


 สมองถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากสำหรับมนุษย์เรา หากสมองตายก็เท่ากับตายไปแล้ว หรือหากเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง โอกาสที่จะเสียชีวิตก็สูงตาม หรือ หากไม่ถึงตายก็มีโอกาสกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หรือ อัมพาตร่างกายเป็นอย่างน้อย เรามาดูกันว่าโรคร้ายอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับสมองโดยตรงที่เราต้องรู้จัก

โรคอัลไซเมอร์

โรคร้ายแรงอย่างต่อสมองก็คือ โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคความจำเสื่อม โรคนี้เป็นกันมากในกลุ่มผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 65 ขึ้นไป โรคนี้หากจะให้อธิบายก็คือ โรคที่เซลล์สมองถูกทำลายไปเรื่อยๆโดยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเซลล์สมองใหม่ขึ้นมาทดแทนทำให้เซลล์สมองลดลงเรื่อยๆ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยก็คือความสามารถในการคิด ความจำ สั่งการจะลดลงเรื่อยๆตามปริมาณเซลล์สองที่ลดลงไป อาการป่วยดังกล่าวแบ่งออกเป็นสามระยะ เริ่มแรกจะเป็นการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น จำเรื่องราวในอดีตได้ แต่จำเรื่องปัจจุบันไม่ค่อยได้ ระยะสองผู้ป่วยจะเริ่มเกิดภาพหลอน หูแว่ว และอาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่คิดไม่ถึงได้ การเดินออกจากบ้านไปแล้วกลับบ้านไม่ได้เนื่องจากจำทางไม่ได้ จึงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆจนหายตัวไป ก็เป็นอาการตัวอย่างของระยะนี้ ระยะสุดท้ายเซลล์สมองเหลือน้อย จนไม่สามารถสั่งการร่างกายได้เลย ทั้งการควบคุม การขับถ่าย จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด ที่น่ากลัวสุดของโรคนี้ก็คือ ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด

โรคพาร์กินสัน

โรคนี้ก็ถือว่าเป็นโรคทางสมองที่เป็นกันมากรองมาจาก อัลไซเมอร์เลยทีเดียว สาเหตุของโรคนี้ก็คือ สมองผลิตสารเคมีชื่อว่า โดพามีน ได้น้อยลง (สารตัวนี้มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ) เมื่อควรควบคุมกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น ร่างกายจะแสดงอาการออกมาให้เห็น เป็นอาการสั่นตามมือ แขน ขา ขากรรไกร เคลื่อนไหวได้ช้า และเดินยากลำบากมาก หากเป็นมากขึ้นจะส่งผลต่อการสูญเสียความทรงจำ เกิดการนอนไม่หลับ พูดช้า เคี้ยวอาหารไม่ได้ ควบคุมหูรูดไม่ได้ (ระบบขับถ่ายออกมาหมด) วิธีการรักษาแม้จะไม่หายขาดแต่แพทย์จะช่วยได้โดยให้ยาเพิ่มปริมาณโดพามีนในร่างกายเพื่อให้ควบคุมร่างกายได้

โรคลมชัก

โรคนี้ก็พบเห็นได้บ่อยมาก หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่า โรคลมชักเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับทางสมองได้โดยตรงเหมือนกัน ความน่ากลัวของโรคนี้ก็คือ เกิดได้ทุกช่วงวัย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงวัยเหมือนกับสองโรคแรก โรคลมชักสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมอง แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติดังกล่าว ทางการแพทย์ยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดลงไปได้ เนื่องจากมีหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม พยาธิในสมอง เส้นเลือดสมองผิดปกติ สมองได้รับการกระทบกระเทิน เนื้องอกในสมอง ร่างกายได้รับสารพิษ

เมื่อกระแสไฟฟ้าในสมองผิดปกติทำให้เกิดผลกระทบตามมา นั่นก็คือทำให้การทำงานของสมองส่วนอื่นๆผิดปกติตามไปด้วย ซึ่งการทำงานที่ผิดปกตินี่แหละเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายแสดงอาการผิดปกติออกมาเป็นอาการชักนั่นเอง โดยอาการชักจะหนักเบาแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของกระแสไฟฟ้าในสมอง หากผิดปกติเพียงแค่เล็กน้อย อาจจะทำให้ร่างกายกระตุกแค่ใบหน้า หรือแขนขา นั้น ถ้าหากเป็นมากจะทำให้เกิดการเกร็งชักกระตุกทั้งตัว จนถึงขั้นเสียสติ ตาเหลือก กัดฟันได้เลย โดยการเป็นลมชักผู้ป่วยเมื่อรักษาอาการชักหายแล้วจะต้องไปสแกนสมองเพื่อหาสาเหตุต่อไป ข้อดีของอาการลมชัก น่าจะเป็นการรักษาที่อาจจะทำได้ด้วยการกินยาและพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการอย่างสม่ำเสมอ แต่ความน่ากลัวก็คือเราไม่รู้ว่าจะเกิดโรคลมชักตอนไหน เวลาไหน เนื่องจากจะไม่มีสัญญาณบอกก่อน หากเกิดอาการก็เกิดเลย