ARTICLE 0 Comments

เอ ไปลืมวางไว้ตรงไหน, โอ้ย ลืมอีกแล้ว, ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่า เราเชื่อว่าประโยคเหล่านี้คงเกิดขึ้นกับใครหลายคนที่อาจจะลืมตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างเช่น กุญแจบ้าน กุญแจรถ แก้วกาแฟ ไปจนถึงเรื่องลืมเรื่องใหญ่โตอย่างเช่นความผิดพลาดในงานเอกสาร การเซ็นหนังสือผิดที่ การลืมว่าเซ็นเอกสารอะไรไปแล้วบ้าง เหล่านี้เป็นต้น ทุกครั้งที่เราเกิดความผิดพลาดจากการลืม หลายคงคิดกันว่าคงจะดี หากเราไม่ลืมมัน หรือไม่ลืมอะไรเลย เป็นที่มาของเรื่องเล่าในวันนี้นั่นก็คือ โรคความจำดี โรคแปลกที่หลายคนอาจจะอยากเป็น (หรือไม่อยากเป็น) โรคความจำดี คือ… สำหรับโรคนี้ชื่อว่า โรคความจำดี ภาษาอังกฤษก็คือ hyperthymesia โรคนี้มีคำอธิบายเอาไว้ว่า ผู้ป่วยจะมีอาการทางสมองที่จดจำได้ทุกอย่าง เหตุการณ์ทุกตอนตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน จำได้หมด แล้วการจำไม่ได้จำแต่ภาพคร่าวๆเท่านั้น แต่จดจำได้แม้แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของเหตุการณ์นั้นก็จำได้เลย แถมสามารถบอกเล่าสิ่งที่ตัวเองจำได้แบบละเอียดอย่างเหลือเชื่อทีเดียว อาจจะนึกว่าเป็นเรื่องราวในนิยาย หรือ ภาพยนตร์ไซไฟ แต่นี่คือเรื่องจริง ที่มาของโรคนี้ การพบโรคนี้ค้นพบโดยนักประสาทวิทยา แห่งมหาลัยแคลิฟอร์เนีย เค้าค้นพบโรคนี้จากการวิจัยคนหนึ่ง เธอเป็นสุภาพสตรีชื่อว่า จิลล์ ไพรซ์ การวิจัยครั้งนี้ด้วยแบบทดสอบ ผลปรากฏว่าเธอสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ตั้งแต่เด็กแบบเด็กมากจนถึงปัจจุบันได้อย่างคล่องแคล่ว บอกได้ถึงรายละเอียดของเหตุการณ์นั้น ซึ่งเอาเข้าจริงมันเกิดกว่าที่คนทั่วไปจะจำได้หมด (เราอาจจะจำบางเหตุการณ์ตอนเด็กได้ แต่คงจำไม่ได้ทุกเหตุการณ์และทุกรายละเอียด แต่เธอคนนี้จำได้หมด)

Read More

ARTICLE 0 Comments

หนึ่งในโรคที่พบได้มากขึ้นสำหรับผู้ป่วยในกลุ่มสูงอายุก็คือ โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคขี้ลืม ที่มีผลมาจากการเสื่อมสภาพของสมองที่อายุถอยลงไปตามสังขาร โรคนี้อาจจะมองว่าไม่อันตรายเท่าไร แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นมันมีอันตรายแฝงอยู่เยอะมาก ลองนึกภาพว่า เราขี้ลืมจนไม่ได้ปิดเตาแก๊สดูสิ อาจจะเกิดไฟไหม้บ้านได้เลย วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ก็คือต้องหมั่นบริหารสมองอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นเซลล์สมอง คำถามก็คือเราจะบริหารสมองอย่างไร ไม่ต้องห่วงอ่านต่อด้านล่างนี้ได้เลย เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ การเรียนรู้เป็นวิธีการที่ดีในการกระตุ้นสมองให้เกิดการท้าทาย พัฒนาตัวเอง จนทำให้เซลล์สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา คำแนะนำเรื่องนี้ต่อการบริหารสมองก็คือ ควรหมั่นเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ทักษะ ความรู้ ทั้งทางด้านวิชาการ และวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้สูตรการทำอาหาร การเรียนภาษาใหม่ การเล่นเครื่องดนตรี หรือการไปท่องเที่ยวสถานที่ใหม่ๆก็ถือว่าเป็นการกระตุ้นสมองด้วยเช่นกัน พบปะผู้คน ผู้สูงวัยหลายคนมักจะเลือกเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร วิธีนี้ไม่แนะนำ เราแนะนำว่าควรทำตรงกันข้าม ควรหาเวลาไปพบปะผู้คนในกลุ่มสังคมของตัวเอง อาจจะเป็นเพื่อนสมัยวัยทำงานด้วยกัน ญาติพี่น้องที่ไม่ค่อยได้เจอ หรืออาจจะไปสโมสรของคนในหมู่บ้านก็ได้ การพบเจอผู้คนจะทำให้เราได้พูดคุย เป็นการกระตุ้นสมองได้ดีทางหนึ่ง ทำกิจกรรม หากอยู่บ้านเฉยๆ อย่านอนอย่างเดียว แนะนำว่าควรหากิจกรรมทำด้วย กิจกรรมงานอดิเรกที่ทำจะช่วยให้สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาไม่ให้เสื่อมสภาพไป (หากไม่ทำอะไรเลยนอนอย่างเดียวเซลล์สมองจะเสื่อมเอาได้) คำแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสมก็จะมี ปลูกต้นไม้ ทำกับข้าว ทำงานประดิษฐ์ การวาดภาพ เล่นดนตรี กิจกรรมเหล่านี้ปลอดภัย ไม่อันตรายและกระตุ้นสมองได้ดี อย่าปล่อยให้เครียด คนสูงวัย

Read More

ARTICLE 0 Comments

 สมองถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากสำหรับมนุษย์เรา หากสมองตายก็เท่ากับตายไปแล้ว หรือหากเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง โอกาสที่จะเสียชีวิตก็สูงตาม หรือ หากไม่ถึงตายก็มีโอกาสกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หรือ อัมพาตร่างกายเป็นอย่างน้อย เรามาดูกันว่าโรคร้ายอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับสมองโดยตรงที่เราต้องรู้จัก โรคอัลไซเมอร์ โรคร้ายแรงอย่างต่อสมองก็คือ โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคความจำเสื่อม โรคนี้เป็นกันมากในกลุ่มผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 65 ขึ้นไป โรคนี้หากจะให้อธิบายก็คือ โรคที่เซลล์สมองถูกทำลายไปเรื่อยๆโดยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเซลล์สมองใหม่ขึ้นมาทดแทนทำให้เซลล์สมองลดลงเรื่อยๆ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยก็คือความสามารถในการคิด ความจำ สั่งการจะลดลงเรื่อยๆตามปริมาณเซลล์สองที่ลดลงไป อาการป่วยดังกล่าวแบ่งออกเป็นสามระยะ เริ่มแรกจะเป็นการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น จำเรื่องราวในอดีตได้ แต่จำเรื่องปัจจุบันไม่ค่อยได้ ระยะสองผู้ป่วยจะเริ่มเกิดภาพหลอน หูแว่ว และอาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่คิดไม่ถึงได้ การเดินออกจากบ้านไปแล้วกลับบ้านไม่ได้เนื่องจากจำทางไม่ได้ จึงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆจนหายตัวไป ก็เป็นอาการตัวอย่างของระยะนี้ ระยะสุดท้ายเซลล์สมองเหลือน้อย จนไม่สามารถสั่งการร่างกายได้เลย ทั้งการควบคุม การขับถ่าย จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด ที่น่ากลัวสุดของโรคนี้ก็คือ ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด โรคพาร์กินสัน โรคนี้ก็ถือว่าเป็นโรคทางสมองที่เป็นกันมากรองมาจาก อัลไซเมอร์เลยทีเดียว สาเหตุของโรคนี้ก็คือ สมองผลิตสารเคมีชื่อว่า โดพามีน ได้น้อยลง (สารตัวนี้มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ) เมื่อควรควบคุมกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น ร่างกายจะแสดงอาการออกมาให้เห็น เป็นอาการสั่นตามมือ แขน ขา ขากรรไกร เคลื่อนไหวได้ช้า

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญสุดของมนุษย์ หากสมองตายในทางการแพทย์ก็มีค่าเท่ากับว่ามนุษย์คนนั้นได้ตายไปแล้ว แม้ว่าสัญญาณชีพจะยังดีอยู่ก็ตามที ไม่เพียงแค่นั้นสมองของมนุษย์นั้นมีระบบการทำงานที่มหัศจรรย์มาก แม้ว่าจะมีการศึกษาสมองมนุษย์อยู่ตลอด ก็ยังศึกษาเรื่องนี้ยังไม่จบสิ้น แต่เราก็พอรู้จักการทำงานของสมองมนุษย์บ้างเหมือนกัน มาดูกันว่ากระบวนการทำงานของมนุษย์มีอะไรบ้าง สมองซีกซ้าย และขวา สมองของมนุษย์มีการแบ่งอยู่หลายแบบ ที่นิยมมากสุดน่าจะเป็นการแบ่งสมองออกเป็นสองซีกนั่นก็คือ สมองซีกซาย และสมองซีกขวาโดยมีแกนเชื่อมสมองสองซีกเอาไว้ชื่อว่า คอร์ปัส แคลโลซัม สมองทั้งสองซีกมีหน้าที่ทำงานดังนี้ สมองซีกซ้าย มาว่ากันที่สมองซีกซ้ายก่อน สมองส่วนนี้อย่างแรกเลยจะมีหน้าที่สั่งการเคลื่อนไหวาทางด้านขวาของตัวเองเอง นอกจากนั้น สมองซีกซ้าย จะเป็นสมองที่เกี่ยวกับเหตุผล ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิด และตอบเป็นเหตุผลมากกว่า อธิบายให้ง่ายสมองทางด้านนี้จะเป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับนามธรรมที่มีรายละเอียด อย่างเช่นการนับเลข เวลา สรุป สมองซีกซ้ายจะมีหน้าที่ในการใช้ภาษา ความคิดเชิงตรรกะ(ลอจิกส์) การคิดอย่างรอบคอบ ตัวเลข และเหตุผล สมองซีกขวา มาดูทางสมองซีกขวาบ้าง ส่วนนี้นักวิทยาศาสตร์จะเรียกว่า สมองแห่งสหัชญาณ หน้าที่หลักอย่างแรกเป็นเรื่องการสั่งการร่างกายทางฝั่งซ้ายเคลื่อนไหว แต่หน้าที่หลักอีกเรื่องจะทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การสังเคราะห์ การซาบซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องราวของดนตรีและศิลปะ จะใช้ความสามารถของสมองทางซีกนี้เป็นหลัก ไม่เพียงเท่านั้นการใช้งานสมองทางซีกขวาเป็นหลัก จะเป็นการทำงานที่ประมวลผลออกมาแล้วตัดสินใจจากสัญชาติญาณเป็นหลัก บางครั้งการตัดสินใจอาจจะอยู่เหนือเหตุผล แต่พวกเค้าก็จะมั่นใจในการเลือกตามสัญชาติญาณเหล่านั้น อีกอย่างการใช้งานสมองซีกขวาเป็นหลักจะทำให้เกิดกระบวนการทำงานของสมองที่ทำให้เรามองภาพแบบองค์รวมก่อนจะมองรายละเอียดแยกย่อยด้วย กระบวนการทำงานของสมอง ทีนี้หากเรามองในรายละเอียด กระบวนการทำงานของสมองก็จะแตกต่างกันด้วยทั้งสมองซีกซ้าย และสมองซีกขวา อธิบายโดยง่าย

Read More

ARTICLE 0 Comments

โรคทางสมองถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรค หรือ ความผิดปกติที่รุนแรงมาก แถมมีผลต่อผู้ป่วยโดยตรงด้วย หนึ่งในความผิดปกติทางสมองที่น่ากลัวมากก็คือ โรคอัลไซเมอร์ หรือที่เรารู้จักกันว่าโรคความจำเสื่อม โรคนี้ความน่ากลัวก็คือการหลงลืมที่จะไม่ได้หลงลืมความทรงจำในอดีต แต่หลงลืมเรื่องที่ทำในชีวิตประจำวันด้วยลองนึกภาพว่า ผู้ป่วยทำอาหารแล้วเปิดเตาแก๊สค้างไว้สิ อาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้เลย การรักษาโรคอัลไซเมอร์นั้น นอกจากจะต้องกินยาเคร่งครัดตามหมอสั่งแล้ว จะต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ด้วยจะช่วยได้ แต่อาหารที่ว่ามีอะไรบ้างเรามีคำตอบ ธัญพืชชนิดต่างๆ สำหรับคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มักจะเป็นคนสูงวัยที่มักจะมีโรคอื่นเข้ามาแทรกซ้อนด้วย ดังนั้นจะกินอะไรต้องระมัดระวังไม่ให้การรักษาโรคอัลไซเมอร์ไปทำให้เกิดโรคอื่น เม็ดธัญพืชเป็นอาหารชั้นเยี่ยมที่จะช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ สร้างความสดชื่นตั้งแต่เช้าจรดเย็น ส่วนธัญพืชเหล่านี้จะเป็นเม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย กินง่าย(เหมาะทำเป็นอาหารหรือ ของกินเล่นก็ได้) ย่อยง่ายเหมาะกับผู้สูงวัยบางรายที่มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร ปลา คนสูงวัยมักจะมีความผิดปกติเรื่องระบบย่อยอาหารร่วมด้วย ดังนั้นเพื่อลดปัญหาดังกล่าวการรับประทานอาหารควรเป็นเนื้อที่มีความละเอียด ย่อยง่ายไว้ก่อน ปลาจึงเป็นคำตอบที่สำคัญ ส่วนปลาที่จะช่วยเรื่องสมองกับอัลไซเมอร์ได้ต้องเป็นปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลากลุ่มนี้จะมีไขมันโอเมก้า 3 สูงมาก จะช่วยบำรุงการทำงานของสมอง บวกกับ DHA ที่มีในตัวปลาจะช่วยพยุงโรคอัลไซเมอร์ไม่ให้เป็นหนักมากขึ้น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ คนสูงวัยที่เป็นอัลไซเมอร์ เรื่องอาหารการกินนี่สำคัญเลย นอกจากจะต้องมีประโยชน์แล้วต้องไม่ให้มีเรื่องของอะไรที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่าง ติดคอได้ ผลไม้เองก็เช่นกัน ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานมากเกินไป และไม่มีเม็ดหรือเมล็ดด้านในที่จะทำให้ติดคอได้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เลยตอบโจทย์การใช้ชีวิตเรื่องนี้มาก นอกจากความเปรี้ยวอมหวานจะช่วยสร้างความสดชื่นให้กับคนสูงวัยได้แล้ว ตัวผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังมีผลช่วยชะลอความเสื่อมของสมองเพิ่มความทรงจำและสมาธิได้ดีอีกด้วย เมล็ดฟักทอง ของกินเล่นยามบ่าย แก้ง่วงเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สำคัญของคนสูงวัยที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานระหว่างวันด้วย

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย หากสมองดีจะทำให้การดำเนินชีวิตดีไปด้วย แน่นอนว่าการบำรุงสมองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก พอพูดถึงเรื่องนี้เรามักจะกินถึงอาหารเสริมบำรุงสมอง แต่เอาจริงการกินอาหารอย่างปกติทั่วไปก็สามารถบำรุงสมองได้เหมือนกัน มาดูกันว่าการกินอาหารบำรุงสมองได้หรือไม่ กินอะไรบ้าง การกินอาหารช่วยบำรุงสมองได้จริงไหม มาที่คำถามสำคัญของบทความนี้ก็คือ การกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสมองได้จริงหรือไม่ คำตอบก็คือจริง แม้ว่าเซลล์สมองของเราจะตายไปบ้างตามกาลเวลาและสังขาร แต่เราสามารถชะลอการตายของเซลล์เหล่านั้นได้ นอกจากนั้นหากเป็นเด็กหรือวัยรุ่นในช่วงที่ร่างกายกำลังพัฒนาตัวเอง การกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้บำรุงสมองให้พัฒนาเซลล์สมองให้พัฒนาได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จากความสำคัญตรงนี้ทำให้การกินอาหารของเราควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสารอาหารเหล่านั้นส่งไปพัฒนา บำรุงสมอง ว่าแต่จะกินอะไรดี เรามีคำตอบ ปลา กินแล้วฉลาด อาหารตัวแรก เรามักจะได้ยินมาตลอดว่า กินปลาแล้วจะฉลาด ให้กินปลาเยอะ คำกล่าวนี้มันจริงหรือไม่ คำตอบก็คือจริง ปลาเป็นสัตว์ที่มีสารอาหารสูงมาก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงสมองโดยตรง โดยเฉพาะปลาหายาก ปลาน้ำลึกอย่าง ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแฮร์ริ่ง ปลาพวกนี้เป็นปลาที่ควรหามากินให้บ่อยที่สุด แต่ถ้าหากหาไม่ได้กินกินอาหารแปรรูปอย่างน้ำมันปลาก็พอจะทดแทนได้ ไข่ อาหารต่อไปเชื่อว่าเป็นอาหารที่ใกล้ตัวพวกเรามาก เชื่อว่าเรารู้ว่ามันเป็นประโยชน์อยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่ามันดีต่อสมองด้วย ไข่จะมีสารตัวหนึ่งชื่อว่า โคลิน ไข่ไก่จะมีสารตัวนี้หน้าที่ของมันจะพัฒนาสมองโดยตรงด้านการทำงานและความจำ นอกจากนั้นยังไข่ไก่ยังให้พลังงานเยอะอีกด้วย หาง่าย ดีต่อสมองแบบนี้ แนะนำควรกินทุกวันจะดีมาก ถั่ว สำหรับตัวนี้ก็เป็นของกินที่หาง่ายได้ทั่วไป ถั่ว เราอาจจะเคยกินมามากมาย แต่ถ้าอยากได้ถั่วที่พัฒนาสมองได้โดยตรงก็ต้องเป็น ถั่วลิสง ถั่วแมคคาเมีย และ วอลนัท(อันนี้ถ้าได้กินจะดีมาก

Read More

ARTICLE 0 Comments

‘สมอง’ จัดเป็นอวัยวะที่ได้รับการวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยในปัจจุบันนี้สมองของมนุษย์จัดเป็นระบบซึ่งมีความซับซ้อนที่สุดในสมองของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่อาจเข้าใจการทำงานของสมองได้ 100% สมองของมนุษย์มีหลายส่วน ในแต่ละส่วนต่างก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไป หากแต่มีการประสานกันเป็นวงจรสมบูรณ์ การทำงานของสมองของมนุษย์ ‘สมอง’ ของมนุษย์เป็นที่อยู่ของเซลล์จำนวนนับแสนล้านเซลล์ ในแต่ละเซลล์จ่างก็มีการเชื่อมต่อโยงใยกัน จนกระทั่งถูกถักทอกลายเป็นร่างแหขนาดใหญ่ซึ่งมีความสลับซับซ้อน ต่อมาเมื่อเกิดการรับรู้ข้อมูลหรือได้รับการกระตุ้นจากภายนอก เซลล์สมองก็จะส่งข้อมูลออกมาในรูปแบบกระแสไฟฟ้า ผ่านทางจุดส่งซึ่งเรียกว่า ‘ปลาย Axon’ ให้เดินทางไปยังจุดรับกระแสประสาทเรียกว่า ‘ปลาย Dendrite’ สมองมนุษย์จัดเป็นอวัยวะมีความยืดหยุ่นมาก สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการเรียนรู้ ตามประสบการณ์ที่ได้รับ ทำให้มนุษย์ปรับตัวได้ตลอดเวลา ยิ่งเซลล์สมองมความสลับซับซ้อนมากเท่าไหร่ ความฉลาดก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ส่วนต่างๆของสมอง สมองส่วนหน้า – Forebrain เป็นส่วนขนาดใหญ่ที่สุด มีความหยักเยอะมากที่สุด สามารถแบ่งได้อีกหลายส่วน เช่น… Cerebrum มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูล รวมทั้งการเรียนรู้ประมวลผลทางประสาทสัมผัส เช่น การมองเห็น , ภาษา , การสื่อสาร , การคิด ,ส่วนของความทรงจำ เป็นต้น สมองส่วนกลาง – Midbrain ส่วนนี้ใช้ในการรับ –

Read More

ARTICLE 0 Comments

อาหารที่มี ‘คอเลสเตอรอลสูง’ ส่งผลอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์มากมาย ทำให้ผู้ที่ได้รับประทานมากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ รวมทั้งโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเลี่ยงเนื้อสัตว์มันเยอะ , อาหารมันและอาหารทอด นอกจากนี้คุณควรเน้นอาหารที่ทำจากพืชผัก หากแต่ต้องล้างให้สะอาด หรือเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เป็นต้น รวมทั้งใช้วิธีปรุงอาหาร ต้ม , นึ่ง และยำ แทนการใช้น้ำมันเพื่อรักษาสุขภาพอันดีงามให้ห่างไกลจากโรคร้าย คอเลสเตอรอล คืออะไร ? ‘คอเลสเตอรอล’ คือ ไขมันประเภทหนึ่งซึ่งจำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ ร่างกายของเราจะนำคอเลสเตอรอล ไปใช้ในกระบวนสร้างเซลล์ต่างๆ แต่คอเลสเตอรอลก็เปรียบเสมือนดาบ 2 คน เพราะถ้าร่างกายของเรามีระดับคอเลสเตอรอลมากจนเกินไป ก็จะก่อให้เกิดความเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆมากมาย เนื่องจากคอเลสเตอรอลส่วนเกิน จะเข้าไปสะสมบริเวณผนังหลอดเลือดส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกตามปกติ และเลือดแสนสำคัญก็จะไหลไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ รวมทั้งโรคหลอดเลือดสมอง อาหารที่มี ‘คอเลสเตอรอล’ สูง สำหรับอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะพบได้มากในเนื้อสัตว์ติดมัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงทานอาหารประเภทนี้ โดยเน้นการทานอาหารที่ทำจากพืช – ผัก หากแต่ต้องล้างให้สะอาดนะ รวมทั้งเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เน้นการปรุงอาหาร ต้ม นึ่ง และยำ

Read More

ARTICLE 0 Comments

มนุษย์สามารถคิดคำนวณได้เพราะการทำงานของสมอง ซึ่งมันเป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่ามันซับซ้อนขนาดไหน ขอแค่ให้สมองมันทำงานได้อย่างปกติทุกวันก็พอ แต่การนั่งอยู่เฉยๆมันคงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะสมองถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และบางครั้งการกินอาหารทั่วไปอาจคงยังไม่พอ สิ่งที่คุณควรพิจารณาเพิ่มเติมคืออาหารเสริมเหล่านี้ 1.ใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) ต้นไม้ชนิดนี้ที่รู้จักกันมานานที่สุดในโลก ถูกใช้ในการแพทย์แผนจีนมานานหลายศตวรรษ โดยจะใช้สารสกัดจากเมล็ดและใบจากต้นไม้ชนิดนี้มาทำเป็นอาหารเสริม ช่วยเสริมสร้างความจำ ลดโอกาสเกิดโรคสมองเสื่อม มันยังได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากความวิตกกังวล ซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตรูปแบบอื่นๆ 2.ซิติโคลีน (Citicoline) เป็นสารที่จำเป็นต่อระบบสมอง ใช้สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคสมาธิสั้น หรือผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ นักวิจัยเชื่อว่าซิติโคลีนจะเพิ่มฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตที่ส่งไปเลี้ยงสมอง 3.ดีเอชเอ (DHA) หลังจากนี้คุณอาจรู้ว่าคุณต้องกินโอเมก้า 3 มากขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหน ดีเอชเอ อุดมไปด้วยไขมันจากปลา ซึ่งปกติจะพบเห็นเป็นส่วนประกอบในอาหารของคนอเมริกันน้อยมาก สิ่งที่คุณอาจไม่รู้คือ ดีเอชเอเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง โดยการกระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมองใหม่ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ 4.ฮิวเปอร์ซีน (Huperzine) ฮิวเปอร์ซีน เป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในกลุ่มพืชพื้นเมืองของอินเดีย โดยปกติแล้วฮิวเปอร์ซีนจะใช้ในการรักษารอยฟกช้ำ และการอักเสบเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด ปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า ฮิวเปอร์ซีนจะช่วยปรับปรุงการทำงานของ แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เราสามารถมีสมาธิที่ดีขึ้น 5.ขมิ้นชัน (Curcumin)

Read More

ARTICLE 0 Comments

สมองฝ่อ หรือ สมองลีบ (Cerebral atrophy) เป็นคุณสมบัติของโรคที่ส่งผลต่อสมอง หมายถึงการสูญเสียของเซลล์หรือการหดตัวของสมอง เมื่อสมองของเราฝ่อ เซลล์ประสาทและการเชื่อมต่อของพวกมันก็จะหายไปและสมองก็เริ่มเล็กลง มันเป็นภัยอันตรายร้ายแรงมากสำหรับมนุษย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการชัก (Seizures) ภาวะจิตใจไม่มั่นคง (Dementia) รวมถึงความจำเสื่อม (Memory Loss) และ ความพิการทางสมอง (Aphasia) ซึ่งเป็นภาวะที่มีความยากลำบากในการพูดหรือมีปัญหาในการเข้าใจภาษา สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อทางการแพทย์มีหลากหลายสาเหตุ และไม่มีอะไรฟันธงได้ว่าที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งมันเป็นอาการที่อาจพัฒนาได้จากโรคเก่าของผู้ป่วยเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease), ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า (Frontotemporal dementia), โรคสมองเสื่อมจากลิววี่บอดี้ (Lewy body dementia), โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke), ความพิการทางสมอง (Cerebral palsy) และโรคฮันติงตัน (Huntington’s disease) หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่างเช่นโรคเอดส์ (AIDS) และโรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุได้ทั้งหมด กลุ่มที่มีความเสี่ยงของโรคสมองฝ่อ เมื่ออายุมากขึ้นสมองทุกคนจะมีอาการฝ่อเล็กน้อย คุณอาจได้ยินว่าหมออธิบายเกี่ยวกับผล MRI scan ของคุณที่แสดงรายละเอียดของ “ภาวะสมองฝ่อตามอายุ”

Read More